มท.1 ย้ำ ปราบผู้มีอิทธิพล รวมถึงผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้วย จ่อชง “เศรษฐา” แก้ กฎหมายคุมอาวุธปืนให้เข้มข้นขึ้น หากยังเอาไม่อยู่
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2566 ที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการปราบปรามผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิด ตามที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ระบุไว้ ว่า นายชาดา พูดหลายครั้งแล้วว่าการกระทำใดๆ ก็ตามที่ทำให้เกิดความไม่สงบ เกิดความไม่มั่นคง เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติส่วนรวม ก็ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
“เรามีกฎหมายอยู่แล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมายอาจจะไม่เข้มงวดเด็ดขาด แต่ถ้าบางส่วนมีความจำเป็นต้องเด็ดขาด ก็ต้องใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ย้ำว่าเราทำทุกอย่างให้เกิดความสงบ มีความสามัคคีของคนไทยชาติ” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวถึงความคืบหน้าการควบคุมอาวุธปืนว่า วันนี้ใครพกปืนออกจากบ้านไม่ได้ ยกเว้นเจ้าพนักงานบ้านเมือง และเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ตอนนี้อาวุธปืนต่อให้มีทะเบียนก็ออกจากบ้านไม่ได้ ต้องเก็บอย่างมิดชิด เน้นย้ำฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตรวจตรา ให้ความปลอดภัยกับประชาชนให้มากที่สุด ไม่จำเป็นต้องมาอ้างว่าต้องมีอาวุธปืนเพื่อป้องกันตัวเอง
“การมีปืนทำให้คนอารมณ์ร้อนขึ้น ทะเลาะวิวาท ถ้าชกต่อยกันก็ไม่เป็นไร แต่ฝ่ายที่มีปืนคิดว่าไม่สะใจ พอถือว่าตัวเองได้เปรียบก็มาทำร้ายคนอื่น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศเราไม่ได้ เราเป็นนิติรัฐ มีกฎหมาย เราต้องใช้กฎหมายคุ้มครองประชาชน ไม่ใช่อาวุธปืน” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า หากกฎหมายปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมการใช้อาวุธปืนได้ ตนจะมอบหมายให้นายชาดา นำเสนอนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง เพื่อขอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืนให้เข้มข้นขึ้น เพื่อให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยำเกรงของคนที่ทำผิดกฎหมาย