องอาจ ฝาก เศรษฐา “3 ไม่” ในนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เชื่อหากทำได้ โครงการนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ถ้าปล่อยปละละเลยก็ต้องรับผลของการกระทำ

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2566 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมประกาศรายละเอียดของนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ในวันที่ 10 พ.ย. นี้ ว่า นโยบายนี้มีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย มีการวิพากษ์วิจารณ์ มีข้อเสนอแนะมากมายหลายประเด็น แต่ก็เป็นสิทธิของรัฐบาลที่จะเดินหน้าทำตามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ระหว่างการเลือกตั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ซึ่งประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ มีข้อเสนอแนะในช่วงที่ผ่านมา 4 เรื่องหลักๆ คือ 1.แหล่งที่มาของเงินที่จะมาใช้แจก 10,000 บาท จะมีที่มาจากแหล่งใด 2.การบริหารจัดการแจกเงินดิจิทัลด้วยวิธีการใด ใช้ระบบอะไร

3.คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคนจะได้รับเงินดิจิทัลหรือไม่ ใช้ได้ที่ไหนอย่างไรบ้าง และ 4.คุ้มค่าได้ผลตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลควรชี้แจงแสดงเหตุผลของประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ให้เกิดความกระจ่างชัด ขจัดข้อเคลือบแคลงสงสัยต่างๆ เพื่อให้การทำนโยบายนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น

นายองอาจ กล่าวว่า เพื่อให้การจัดทำนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท บรรลุตามเป้าหมาย ขอฝากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ว่า ไม่ควรดำเนินการใดๆ ใน 3 ไม่ ดังนี้ 1.ไม่ทุจริต เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

2.ไม่ทำผิดกฎหมาย เลี่ยงกฎหมาย หาช่องโหว่ของกฎหมาย เพียงเพื่อบรรลุเป้าหมายเฉพาะหน้า แต่อาจมีปัญหาตามมาภายหลังได้ และ 3.ไม่ทำลายหลักการและระบบที่ถูกต้องทางเศรษฐกิจ การเงินการคลัง การงบประมาณ

“ถ้านายกฯ สามารถบริหารจัดการให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ห่างไกลจาก 3 ไม่ ดังกล่าวแล้ว เชื่อมั่นว่านโยบายนี้จะเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แต่ถ้านายกฯ ปล่อยให้มีการทุจริต ทำผิดกฎหมาย ทำลายหลักการและระบบที่ถูกต้อง นายกฯ ก็ต้องรับผลของการกระทำที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อไป” นายองอาจ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน