ภูมิธรรม สั่งตั้งทีมไทยแลนด์พาณิชย์ แนะดึงอินฟลูเอนเซอร์ ขยายตลาด-ลุยการค้ารุ่นใหม่ ย้ำให้ความสำคัญระดับมณฑล เผยรัฐบาลเตรียมมอบนโยบายทูต-ทูตการค้า-ผู้แทนบีโอไอ เสริมบทบาทการค้าต่างประเทศ
วันที่ 18 พ.ย.66 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องพาณิชย์ยุคใหม่ การค้าไทยเชื่อมโลก ภายในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 ในหัวข้อ “90 ปีว่า
รัฐพร้อมฟังและนำข้อเสนอของภาคเอกชนไปปฏิบัติ เนื่องจากภาคเอกชนเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจและเป็นหัวหอกในการเปิดตลาดการค้าของไทย โดยรัฐจะทำหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวก เพื่อขับเคลื่อนการค้าของไทยเชื่อมโยงไปกับโลก รวมทั้งทำให้เกิดความสมดุลทุกภาคส่วนทั้งประชาชน ผู้บริโภค เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ
เบื้องต้นจัดตั้งทีมไทยแลนด์พาณิชย์ เพื่อบูรณาการทำงานหน่วยงานภายใน เพื่อเร่งผลักดันการค้าร่วมกับทีมไทยแลนด์ชุดใหญ่ , สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และนัวตกรรมใหม่ในการขยายการค้าทั่วโลก , เร่งแก้ไขกฎหมาย และกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า โดยภายในสิ้นเดือนธ.ค. จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี แก้ไข พระราชบัญญัติที่เป็นอุปสรรค ได้อย่างน้อย 4 ฉบับ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งพัฒนาระบบBIg Data grnjv รวบรวม และวิเคราะห์ ข้อมูลด้านการค้า การลงทุน เพื่อให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศสามารถเข้ามาใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจขยายการค้าการลงทุนในไทยได้มากขึ้น รวมทั้งจะเร่งเจรจาเอฟทีเอฉบับใหม่ โดยเฉพาะ ไทย-ยูเออี , ไทย-เอฟต้า สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าภายในกรอบเอฟทีเอจาก 61% เป็น 80% ภายในปี 2570 จากมาตรการดังกล่าวเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนการค้าไทยให้สามารถเชื่อมโยงไปยังทั่วโลกได้
“ความคิดนอกกรอบเป็นสิ่งสำคัญ จะทำให้เรากล้าคิด กล้าทำในสิ่งไม่เหมือนเดิม รัฐบาลเพื่อไทยเรามีจุดเด่นในการคิดนอกกรอบ เห็นได้จากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่ทำมาแล้ว แต่การคิดนอกกรอบอาจติดข้อกฎหมาย ทำให้ข้าราชการอาจจะไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงนอกกรอบ แต่ถ้าแก้กฎหมายโดยเร็ว เพื่อลดอุปสรรคและการทำมาหากิน รวมถึงหารายได้เข้าประเทศจะเป็นเรื่องที่ดี”
นายภูมิธรรม กล่าวว่า รัฐบาลจะเชิญเอกอัครราชทูตจากทั่วโลกกลับมายังประเทศ รวมถึงทูตพาณิชย์ ทูตการค้าของกระทรวงพาณิชย์จากทั่วโลกกลับมายังประเทศ พร้อมเชิญผู้แทนบีโอไอมาด้วย ก่อนให้นโยบายต่อทั้ง 3 หน่วยงานที่มีบทบาทการค้าในต่างประเทศ หวังดึงการค้าการลงทุน เพื่อมีอนาคตและมองอนาคตร่วมกัน ที่สำคัญเพื่อวางแนวทางให้เอกชนเดินได้ด้วย
“จีนเป็นตลาดที่ใหญ่มากและมีความสำคัญอยู่ที่มณฑล จึงอยากทำในระดับมณฑล เพื่อเจตนารมณ์และช่วยผลักดันการค้าให้ประสบความสำเร็จ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ไปพูดคุยแล้ว 5-7 มณฑล ซึ่งจะทำให้ 5-7 มณฑลมีสัมพันธ์การค้ากับไทยดียิ่งขึ้น”
“การที่ผมพูด บางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่และบางเรื่องเป็นทิศทางให้ได้เห็น เช่น ต้องไปหาอินฟลูเอนเซอร์ ทั้งไทยและต่างประเทศมาขยายตลาดการค้า โดยอาจไม่ต้องอยู่ในกรอบการค้าแบบเดิม ถือเป็นตัวอย่างที่ดี อีกทั้งบางประเทศยังใช้อินฟลูเอนเซอร์มาช่วยประชาสัมพันธ์และแนะนำสินค้า ถือเป็นการประชาสัมพันธ์รุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังพูดคุยและมีแนวคิดจัดคอนเสิร์ตซีรีส์วายที่มีชื่อเสียง โดยอาจดึงมาสัก 5 คู่ ดึงเข้ามาเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ อีกทั้งที่ผ่านมาผมยังเจอบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งพบมีปั๊มน้ำมันในจีนถึง 3 หมื่นแห่ง และมีมินิมาร์ทถึง 2 หมื่นแห่ง จึงขอนำสินค้าไทยไปตั้งขายในมินิมาร์ทในปั๊ม โดยอาจให้ปั๊มจัดโปรโมชั่นเติมน้ำมัน เมื่อเติมได้ยอดก็อาจแจกข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งแนวคิดนี้ก็เป็นไปได้ที่จะทำกัน”