‘ทวี’ ลั่นรัฐบาลลุยแก้หนี้นอกระบบช่วยประชาชน ลั่นดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หวังกระทรวงยุติธรรมเป็นที่พึ่งแห่งแรก
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 30 พ.ย. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะรองประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินฯ ร่วมแถลงข่าวผลการประชุม
พ.ต.อ.ทวี เผยว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องหนี้นอกระบบ ซึ่งมีการแก้ไขพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เรื่องนี้ถือเป็นวาระที่สำคัญ โดยมีการนำเอาหนี้นอกระบบไปอยู่ในท้ายพระราชบัญญัติคดี ดังนั้น ต่อไปนี้การปล่อยกู้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ ร้อยละ 15 ต่อปี ส่วนที่จะเป็นคดีพิเศษเครือข่ายหนี้นอกระบบ เช่น เราตีว่าจำนวนเงิน 30 ล้านบาทขึ้นไป หรือ 50 คนขึ้นไป ที่ปล่อยกู้
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า วันนี้จึงสั่งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมาเป็น ผอ.การแก้ปัญหาลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีสำนักเข้าไปดูแล โดยดีเอสไอจะทำร่วมกับตำรวจ ซึ่งจะใช้วิธีเข้าไปสอบสวน สืบสวนเครือข่าย ซึ่งจะทำให้บรรเทาเรื่องหนี้นอกระบบ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมบังคับคดี สิ่งที่น่าเป็นห่วงในวันนี้คือหนี้ที่มีคำพิพากษาทางแพ่งเมื่อส่งไปที่กรมบังคับคดี ทั้งที่ตั้งเรื่องและไม่ได้ตั้งเรื่องรวมแล้ว 16 ล้านล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีหนี้ของสถาบันการเงินเป็นส่วนใหญ่ ส่วนหนี้อีกก้อนหนึ่งที่เป็นก้อนใหญ่คือหนี้ กยศ. หลังจากที่แก้กฎหมายไปแล้ว หลังจากวันที่ 20 มี.ค. 2566 กฎหมายเก่าถูกยกเลิก ทางกยศ. ต้องไปคิดหนี้ใหม่ คือ ให้มีการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยปรับไม่เกิน 1.50 บาท
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า นอกจากมีกรมบังคับคดีแล้ว จะมีศูนย์ยุติธรรมชุมชนทุกแห่ง ที่จะเข้ามาช่วยดูแลเช่นกรณีของบัตรเครดิต ซึ่งปกติมีอายุความ 2 ปี แต่ในกฎหมายแพ่งเขียนเงื่อนไขการยกอายุความ ต้องให้ลูกหนี้เป็นคนยก ไม่ใช่เจ้าหนี้ยก หากลูกหนี้ไม่ยกในวันฟ้อง หรือวันที่มาต่อสู้คดี ลูกหนี้ก็ไม่สามารถเอาสถานะเรื่องของอายุความเอามาใช้ได้ จึงทำให้ถูกฟ้องเรื่องบัตรเครดิตลุกลามไปถึงการยึดบ้าน
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ต้องทำให้ประชาชนทุกคนรู้ถึงสิทธิของตัวเอง ว่าหากใครเป็นหนี้บัตรเครดิต ต้องตรวจดูว่า หากเกิน 2 ปีลูกหนี้ต้องเขียนคำร้อง ซึ่งจะช่วยบรรเทาลูกหนี้ อยากฝากบอกเจ้าหนี้ด้วยว่าเมื่อคุณได้เปรียบทางช่องกฎหมาย ก็ควรจะบอกลูกหนี้
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า เรื่องของหนี้นอกระบบจะมีสำนักคุ้มครองพยานที่จะมาร่วมมือกับทางรัฐบาล ยืนยันว่าเราจะใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งและจริงจัง กระทรวงยุติธรรมจะยึดหลักความยุติธรรม ซึ่งปกติมักจะมีคนพูดกันว่าเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่เราจะเป็นที่พึ่งแห่งแรกในการแก้หนี้ให้กับประชาชน โดยใช้ยุติธรรมชุมชน และยุติธรรมจังหวัด นำความยุติธรรมไปถึงชาวบ้าน หยิบปัญหาหนี้ของประชาชนมาช่วยแก้ไข
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ทั้งหมดนี้จะเป็นการทำตามนโยบายรัฐบาล และครั้งนี้ถือว่าเป็นการแก้หนี้ให้กับประชาชนแบบ 360 องศา และเชื่อว่ายั่งยืนต่อไป ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ในเรื่องของการแก้หนี้ให้กับประชาชนและเชื่อว่าจะประสบผลสำเร็จ
เมื่อถามว่าหากนำมาเป็นคดีพิเศษแล้วจะมีโทษอย่างไรบ้าง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า จะมีโทษอั้งยี่ด้วย โดยจะมีการยึดทรัพย์
เมื่อถามว่า 16 ล้านล้านบาทนั้น เป็นมูลหนี้ปัจจุบันใช่หรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เป็นมูลหนี้ที่อยู่กรมบังคับคดี ซึ่งต้องบังคับคดีไปตามกฎหมาย ที่จะต้องให้ความเป็นธรรม เป็นการไปช่วยบรรเทา
“หนี้ข้าราชการ ถือเป็นหนี้ที่น่าสงสารที่สุด เพราะถ้าถูกฟ้องล้มละลายก็ต้องถูกออกจากราชการ ถือเป็นมะเร็งร้าย ที่เราจะต้องมีวิธีคิดดอกเบี้ยใหม่ ส่วนหนี้บัตรเครดิตที่ต้องกำหนดดอกเบี้ย 18% นั้น เป็นเรื่องที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้ามากำหนดเพดานและเข้ามาคุม เราต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจถึงเรื่องอายุความ ก็จะเป็นการช่วยเหลือประชาชน ไม่ต้องถูกยึดบ้าน ประชาชนก็ไม่แพ้คดี” รมว.ยุติธรรม กล่าว