ปานปรีย์ เยี่ยมอดีตตัวประกันฮามาส ผูกแขนรับขวัญ ทุกฝ่ายดีใจ รับยังห่วงอีก 9 ราย ภาวนาหยุดยิงโดยเร็ว หวังเร่งช่วยให้ปล่อยออกมา โดยไวที่สุด
วันที่ 3 ธ.ค.2566 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางนายอนุชา อ่างแก้ว ตัวประกันที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่มฮามาส หลังกลับไทย ที่บ้านดอนพิลา ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี
โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายปานปรีย์ ได้สวมกอด นายอนุชา พร้อมทักว่าหน้าตาสดใส ก่อนจะบอกว่าอิ่มท้อง ขณะที่พ่อของนายอนุชา มอบมาลัยขอบคุณและกล่าวว่า ดีใจเป็นที่สุดที่ลูกชายปลอดภัยและเดินทางกลับ ขณะเดียวกัน นายปานปรีย์ได้ทักทายภรรยาและลูกของนายอนุชา ก่อนจะพาคณะร่วมพิธีผูกแขนรับขวัญแก่นายอนุชา ซึ่งถือเป็นประเพณีของชาวอีสาน
นายปานปรีย์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาพบ วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ได้พบกันรู้สึกดีใจ และจะมาดูว่ากลับมาบ้านแล้วมาอยู่บ้านจริงหรือไม่ ซึ่งก็ได้พบกับครอบครัวได้เห็นภรรยาได้เห็นหน้าลูกสาว และพ่อแม่พี่น้องญาติพี่น้อง ตนก็รู้สึกดีใจแทน ซึ่งเป็นวันตรงกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดินทางมาประชุม ครม.สัญจรที่ จ.หนองบัวลำภู และทราบว่าพักอยู่ที่นี่ ตนจึงถือโอกาสมาเยี่ยมเยียน แล้วจะมาสอบถามว่ามีอะไรที่อยากให้ทางกระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานใดๆ จะให้ความช่วยเหลือในเรื่องที่ยังขาดแคลนอยู่
ตนคิดว่านายอนุชา คงสบายใจดีขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ขนมปังต้องแบ่งกัน บางรายขนมปังต้องแบ่งกันคนละครึ่ง น้ำขวดหนึ่งแบ่งกัน 3 คน จริงๆแล้วถือว่าพระคุ้มครองจริงๆและทำให้รอดชีวิตกลับมาได้และจนคิดว่าจากนี้ไป ใครจะทำอะไรลำบากเพราะรอตรงนี้มาแล้วมีชีวิตที่ยืนยาวอาจไปถึงร้อยปีตนขออวยพรให้โชคดียิ่งๆ
ขณะที่พ่อของนายอนุชา กล่าวทั้งนํ้าตาว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มาให้กำลังใจ ถ้าไม่มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ อาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้ วันนี้ดีใจมากไม่คิดว่าจะได้มีวันนี้ พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานราชการที่เข้ามาให้การช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน ภรรยาของนายอนุชา ได้กล่าวขอบคุณไปยังนายกรัฐมนตรี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา รวมถึง ส.ส.ในพื้นที่ที่ช่วยประสานงานอย่างใกล้ชิด ให้เป็นไปอย่างราบรื่นและดีมาก ถ้าไม่มีตัวแทนที่เป็นผู้นำในพื้นที่ชี้ทางให้ก็คงไม่มีวันนี้ จากนั้น นายอนุชา ได้ก้มลงกราบตักและสวมกอดนายปานปรีย์
ต่อมา นายปานปรีย์ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นญาติพี่น้องครอบครัวเจอกันพร้อมหน้า และได้เห็นลูกสาวนายอนุชา สวยและน่ารักมาก ซึ่งสำหรับครอบครัวก็คงไม่มีอะไรที่รู้สึกดีใจไปมากกว่านี้แล้ว เมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้งอย่างปลอดภัย หลังจากลำบากลำบนถูกจับตัวเป็นตัวประกันอยู่นานเกือบ 2 เดือน ช่วงเวลานั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ เท่าที่ได้คุยกับญาติ พบว่าหลายคนนอนไม่หลับ ถึงหลับก็ไม่สนิท ไม่รู้ว่าระหว่างที่รอจะมีใครไปทำร้ายหรือไม่
ในวันนี้ ตัวประกันทั้ง 23 คนรอดปลอดภัยแล้ว แต่ยังเป็นห่วงอีก 9 คน ซึ่งเท่าที่ได้ฟังข่าวมา ยังมีการปฏิบัติการทางทหารระหว่างประเทศอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสอยู่ เราก็ภาวนาให้เขาหยุดยิง และให้ส่งตัวประกันทั้งหมดกลับมาโดยเร็ว เวลานี้ยังต้องทำงานต่อ ได้ติดต่อประสานงานหลายประเทศที่เคยช่วยเหลือเรา และเชื่อว่าในประเทศไทยก็ยังมีคนพร้อมช่วยและประสานงานต่อไป ถ้าทั้ง 9 คนสามารถออกมาได้ในเร็ววันนี้จะเป็นสิ่งที่ดีมาก
นายปานปรีย์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.) จะมีตัวประกันเดินทางกลับมาอีก 6 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 คนที่ตนเคยพบตอนเดินทางไปประเทศอิสราเอล และขณะนี้ตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวแล้วมีทั้งหมด 23 คน เหลืออีก 9 คน ดังนั้นตัวประกันทั้งหมดมี 32 คน