“วิโรจน์” ขนลุก ตัวเลขทุจริตต่อปี สูง 3 แสนล้าน ชี้ ประเทศวนเวียนอยู่ใน 9 หลุมดำ แนะ “เศรษฐา” แก้ที่โครงสร้าง เรียกข้าราชการไปนั่งด่า ไม่ช่วยอะไร

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 8 ธ.ค. 2566 ที่พรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงในหัวข้อ ก้าวไกล Policy Watch ชำระปัญหา-เสนอทางแก้คอร์รัปชัน

โดยนายวิโรจน์ กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) เป็นวันต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งมูลค่าการทุจริตคอร์รัปชันมีมูลค่าสูงถึง 3 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ 1 ปี ดังนั้น หากเราจัดการเงินทุจริตนี้ จะสามารถเอาเงินมาอุดหนุนเด็กยากจนได้ถึง 3 ช่วงอายุ หรือหากเปรียบเทียบกับเบี้ยผู้สูงอายุ ก็เทียบได้เป็น 3 เท่า นี่เป็นภัยร้ายที่ตนเห็นแล้วรู้สึกขนลุก

นายวิโรจน์ กล่าวว่า การรัฐประหาร ทำให้สถานการณ์แย่ลง แผนปฏิรูปประเทศเป็นเพียงกระดาษปึกหนึ่งเท่านั้น ที่ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย นอกจากนี้ ระบบอุปถัมภ์ยังหยั่งรากลึกจนแก้ไม่ได้อีกด้วย การปล้นทุจริตคอร์รัปชันจากผู้ประกอบการ ทำให้ประเทศด้อยลง

ถ้าประเทศเต็มไปด้วยคอร์รัปชัน หากนักลงทุนต้องจ่ายเงินสีเทา จ่ายเงินใต้โต๊ะ เราจะดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้อย่างไร เราจะกระตุ้นให้คนในประเทศที่มีความคิดสร้างสรรค์กล้าลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้อย่างไร ถ้าสังคมนี้เต็มไปด้วยระบบอุปถัมภ์และระบบผูกขาดที่ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ และมีกฎหมายหนุนหลังให้ทุนผูกขาดมีความได้เปรียบ

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าประเทศวนเวียนอยู่กับหลุมดำ 9 หลุม ได้แก่ 1.ระบบอุปถัมภ์ และการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งเป็นปฐมบทแห่งการคอร์รัปชัน 2.การขาดความโปร่งใส และอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูล 3.กฎหมายปิดปาก การคุกคามสื่อ และการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก

4.การใช้อำนาจขององค์กรอิสระ ที่ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล 5.กฎหมายที่ล้าสมัย ที่เจ้าหน้าที่สามารถใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ 6.การบังคับใช้กฎหมายอย่าง 2 มาตรฐาน การตั้งชงทำนิติสงครามกับคนที่คิดต่าง 7.ความไม่จริงจังในการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามคอร์รัปชัน

8.การตอบสนองต่อการทุจริตคอร์รัปชันที่ล่าช้า ไม่ยอมรับความจริง จับได้แต่ราชการชั้นผู้น้อย และ 9.การที่สังคมมองว่าการรีดไถ ส่งส่วย เป็นเรื่องปกติที่ต้องยอมรับ

นายวิโรจน์ กล่าวว่า หากประเทศไทยยังอยู่ในระบบนิเวศแบบนี้ ประเทศไทยไม่มีทางดีขึ้นได้เลย ปัจจุบันปัญหาคอร์รัปชันประเทศไทย การโกง แทรกซึมอยู่ทุกอณูจนเป็นรากฐานของปัญหาที่ร้ายแรงของสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรม ธุรกิจผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น จีนสีเทา และมาเฟียข้ามชาติ

นายวิโรจน์ กล่าวว่า การคอร์รัปชันในประเทศ แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ การซื้อขายตำแหน่ง การเรียกรับส่วย การใช้ช่องทางทางกฏหมายและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการรีดไถ และการล็อกสเปก

“ผมเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ว่าต้องแก้ไขที่โครงสร้าง ตลอดจนแก้ไขข้อกฎหมายที่ล้าสมัยคู่กันไป ด้วยมีการดำเนินนโยบายและตรากฎหมายที่ส่งเสริมความโปร่งใส คุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ตัวอย่างที่สามารถทำได้เลย เช่น การจัดการ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ร.บ.โรงแรม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ร.บ.มาตรการการฟ้องปิดปาก

สภาพของความขึงขัง เรียกข้าราชการไปนั่งบ่นนั่งด่า ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบิน หรือเรียกจัดอีเวนต์ในการปราบปราม อย่างดีที่สุดก็ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันหายไปช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก สิ่งโสโครกเหล่านี้ก็จะผุดกลับขึ้นมาใหม่ ด้วยวิธีการที่แยบยล ตรวจสอบได้ยากกว่าเดิม

ที่สำคัญกว่านี้จีนสีเทา มาเฟียข้ามชาติ ธุรกิจผิดกฎหมาย ก็จะมาลงหลักปักฐานที่ประเทศไทย การรีดไถเก็บส่วยก็จะมีเต็มบ้านเต็มเมือง โจษจันกันไปยังทั่วโลก ขัดขวางการลงทุนในธุรกิจทุจริต ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

ถ้าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น New S Curve จะเป็นอย่างไร เราอยากให้ New S Curve เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นพนันออนไลน์หรือไม่ ถ้าบ้านเมืองยังเต็มไปด้วยคอร์รัปชัน ผมกังวลว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศต้องสาปที่ไม่มีการพัฒนาได้ดีกว่านี้ หรือประเทศที่พัฒนาแต่ได้แค่นี้” นายวิโรจน์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เกือบ 90 วันในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว วันนี้หมดเวลาฮันนีมูนแล้ว เรื่องที่ตนจะพูดเป็นเรื่องงบประมาณ ที่ผ่านมามีคนบอกว่าพรรคก้าวไกลระบุว่า ฝั่งรัฐบาลส่งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 มาสภาล่าช้า แต่เราเข้าใจดีว่าเป็นผลมาจากการเลือกตั้ง ทำให้วาระนี้จะถูกพิจารณาในช่วงวันหยุดปีใหม่

ตนมีข้อเสนอแนะว่างบปี 67 นายกฯ สามารถอาศัยกลไกของพรรคร่วมรัฐบาล เลื่อนกำหนดพิจารณาวาระงบประมาณปี 67 ซึ่งตนมั่นใจว่าไม่สายเกินไป และไม่กระทบกับการบังคับใช้ เพราะจะได้มีเวลาให้ฝั่งสภา สื่อมวลชน และประชาชนได้มีเวลาตรวจสอบ ตนมองว่าประชาชนควรมีส่วนร่วมในการพิจารณางบด้วย

ที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับการวัดดัชนีการจัดทำงบประมาณเปิดอยู่ในอันดับท้ายๆ จาก 120 ประเทศ ในการสำรวจของ International Budget Partnership หรือ IDP ซึ่งเป็นหน่วยงานสากลที่ทำผลสำรวจการทำงบประมาณเปิดเผยต่อสาธารณะ และในงบประมาณปีนี้ มีข้อน่าสังเกตว่าอาจมีการทุจริตหรือไม่ ที่งบประมาณจัดทำฝายเอลนีโญ่ จำนวน 2 พันล้านบาท จำนวน 4,000 แห่ง ที่มีการตั้ง ชง อนุมัติภายใน 1 เดือน

“ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิกรัฐบาลโปร่งใส OGP หรือ Open Government Partnership ภายใน 2 ปี ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าทำได้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน