ภูมิธรรม ควง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ติดปีกผู้ประกอบการไทยด้วย ซอฟต์พาวเวอร์Xทรัพย์สินทางปัญญา ดันส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ 20 ล้านครัวเรือน ทำเงินเข้าประเทศ 4 ล้านล้านบาทต่อปี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 ธ.ค.2566 ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “ติดปีกทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทยด้วย ซอฟต์พาวเวอร์Xทรัพย์สินทางปัญญา”
พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
จัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงหน่วยงานพันธมิตร เพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยเต็มสูบ สร้างความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไปตลาดต่างประเทศ
นายภูมิธรรม กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ทั้งปัจจัยทางสังคม โรคระบาด ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ประเทศไทยต้องปรับรูปแบบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญและใช้ยกระดับการค้าระหว่างประเทศในเวทีโลก ให้ประเทศสามารถก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคต
รัฐบาลต้องการเปลี่ยนให้ประเทศไทยเป็นประเทศอุดมสมบูรณ์ด้านวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน โดยออกนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ หรือ One Family One Soft Power (OFOS) สอดแทรกวัฒนธรรมไทยไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลกสร้างการยอมรับวัฒนธรรมไทยที่มีพลังสูงเปลี่ยนทักษะพื้นบ้านเป็นทักษะสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตขึ้น
ตั้งเป้าหมายสร้างงานให้คนไทย 20 ล้านตำแหน่ง สร้างรายได้ 4 ล้านล้านบาทต่อปีผ่านอุตสาหกรรม 11 สาขา ประกอบด้วย ท่องเที่ยว เทศกาล กีฬา อาหาร ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะ หนังสือ เกม ออกแบบและแฟชั่น ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ โดยการสร้างแบรนด์นวัตกรรมและการออกแบบผลักดันสู่ตลาดโลก มีเป้าหมายในกลุ่มสินค้าสำคัญ ได้แก่ อาหาร ดิจิทัลคอนเทนต์ มวยไทย การท่องเที่ยว หนังสือ และเกม
ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารเพื่อส่งเสริม ซอฟต์พาวเวอร์ไทยด้านอาหารผ่านครัวไทยสู่ครัวโลก เช่น งาน Anuga ที่เยอรมนี สร้างมูลค่ากว่า 5,300 ล้านบาท และงานแสดงสินค้ากลุ่มดิจิทัลคอนเทนต์ เช่น งาน ASIAN Contents & Film Market ประเทศเกาหลีใต้ และงาน TIFFCOM (ทิฟคอม) ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น สร้างรายได้รวมกว่า 2,600 ล้านบาท
หวังว่าซอฟต์พาวเวอร์ จะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชนมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ด้านน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า นโยบายซอฟต์พาวเวอร์จะเป็นนโยบายหลักผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นให้ประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้น ทุกวันนี้ทุกคนพยายามนิยามคำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ ตนคิดว่าการนิยามคำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นสิ่งที่สำคัญน้อยที่สุด เพราะรัฐบาลกำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ผลักดันอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์
เน้นเศรษฐกิจมากขึ้นเป็นพลังอำนาจ ที่เมื่อเกิดขึ้นกับวัฒนธรรมใด มีคนคล้อยตามโดยไม่ต้องบีบบังคับ จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากมายต่อวัฒนธรรมและประเทศเหล่านั้น จะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ให้กับประเทศไทยทางภาคธุรกิจและคนไทยทั้งประเทศ นำสินทรัพย์ทางปัญญาที่มีคุณค่าให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
สร้างงานและเพิ่มรายได้มากขึ้น และจะต้องทำทั้งระบบ เช่น การทำ โอทอป สนับสนุนสินค้าไทยอย่างเป็นระบบ ครัวไทยสู่ครัวโลก สร้างเชฟไทยส่งออกไปต่างประเทศให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
การสนับสนุนแฟชั่นครั้งใหญ่กรุงเทพเมืองแฟชั่นจุดพลุให้ทั่วโลกมองเห็นศักยภาพแฟชั่นไทย ต้องทำทั้งระบบต่อเนื่องในระยะยาว ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยรัฐบาลสนับสนุนให้เอกชนที่รู้จริงนำซอฟต์พาวเวอร์ไปทำให้เป็นไปได้จริง