รมว.มหาดไทย ร่วมรื้อเสาไฟฟ้าต้นสุดท้ายแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว นำสายไฟฟ้าลงดิน ‘เนรมิตพหลโยธิน ถนนสวยไร้เสาสาย’ เป็นของขวัญปีใหม่
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2566 ที่จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย เป็นประธานงาน MEA ส่งมอบของขวัญปีใหม่ 2567 โครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน “เนรมิตพหลโยธิน ถนนสวยไร้เสาสาย”
โดยมีนายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการไฟฟ้านครหลวง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. นายสืบพงษ์ มะลิวัลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกต้ากรุงเทพชั้นใน บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ คณะทำงานรมว.มหาดไทย ร่วมในงาน
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้น่ายินดียิ่งที่เราจะได้ส่งมอบพื้นที่สวยๆ ภูมิทัศน์ที่ดี มีการเปลี่ยนระบบการจ่ายไฟจากระบบสายอากาศเป็นระบบสายใต้ดิน ซึ่งโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน เป็นหนึ่งโครงการสำคัญในนโยบาย 10 ด้านของกระทรวงมหาดไทย คือ ด้านการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

โครงการสายใต้ดินนี้ นอกจากเพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนแล้ว ยังส่งเสริมสภาพภูมิทัศน์ในเมืองให้สวยงามอีกด้วย ที่ผ่านมาเราได้ดำเนินการแล้ว ล้วนเป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น ถ.ราชดำเนิน ถ.ราชวิถี ถ.ราชดำริ ถ.ศรีอยุธยา เป็นต้น
ดังนั้น โครงการนี้นับได้ว่าเป็นภารกิจสำคัญของการไฟฟ้านครหลวงที่มีส่วนช่วยให้นโยบายสำคัญของกระทรวง บรรลุวัตถุประสงค์เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและภาพรวมของประเทศอย่างมาก
ด้านนายวิลาศ กล่าวว่า การไฟฟ้านครหลวง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบไฟฟ้า ให้สามารถรองรับปริมาณความต้องการของประชาชน ทั้งในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญได้อย่างเพียงพอ และให้มีความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ปรับภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม และมีความปลอดภัยต่อประชาชนรองรับความเป็น มหานครแห่งอาเซียน ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย

โดยแผนการด้านการดำเนินงานระบบจำหน่ายที่สำคัญ คือการจัดทำแผนการนำสายไฟฟ้าอากาศลงใต้ดิน ปัจจุบันมีระยะทางดำเนินโครงการทั้งสิ้น 313.5 กิโลเมตร มีเป้าหมายก่อสร้างให้เสร็จภายในปี 2572 ขณะนี้ดำเนินการเสร็จ รวม 62 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่สำคัญในถนนต่างๆ เช่น สีลม สุขุมวิท พหลโยธิน พญาไท พระราม 1 ราชดำริ ราชวิถี ราชปรารภ ศรีอยุธยา สวรรคโลก สาธุประดิษฐ์ และสว่างอารมณ์ เป็นต้น
นายวิลาศ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 251.5 กิโลเมตร เช่น โครงการพระราม 3 โครงการรัชดาภิเษก และโครงการก่อสร้างตามแนวรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ คาดว่าภายในสิ้นปี 2566 จะมีระยะทางที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเพิ่มขึ้นอีก 29.2 กิโลเมตร ทำให้มีระยะทางสายใต้ดินสะสมรวมทั้งสิ้น 91.2 กิโลเมตร
นอกจากนี้การไฟฟ้านครหลวง ยังนำเสาไฟฟ้าที่รื้อถอนไปใช้ในโครงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศ ป่าชายเลนและการทำแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง MEA’s Model อย่างต่อเนื่อง ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ จ.สมุทรปราการ และชายฝั่งทะเลกรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน
ช่วยเพิ่มการสะสมของตะกอนหลังเขื่อน ส่งผลให้ต้นกล้าและลูกไม้ ประเภทไม้โกงกาง รวมถึงพันธุ์ไม้น้ำต่าง ๆ ที่อยู่หลังแนวป้องกัน มีปริมาณหนาแน่นขึ้น และช่วยให้สัตว์น้ำและนก มีแนวโน้มการอยู่รอดเพิ่มขึ้น