‘เศรษฐา’ สั่งเคลียร์ให้จบ ลูกหนี้จ่ายทบต้นทบดอก มากกว่าเงินเดือนนายกฯ สั่ง ตร. ฟันตามกฎหมาย สร้างความมั่นใจ-ปลอดภัยให้ประชาชน
เมื่อเวลา 14.52 น. วันที่ 23 ธ.ค. 2566 ที่ศาลากลางจังหวัดน่าน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ จ.น่าน ติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ว่า ปัจจุบันพื้นที่ จ.น่าน มีการขึ้นทะเบียนเรื่องการแก้ไขหนี้นอกระบบแล้วประมาณ 500 ราย ซึ่งมีการติดตามเจรจาเพียง 100 กว่ารายเท่านั้น มูลค่าหนี้ 33 ล้านบาท ตนมองว่าน้อยไป ซึ่งอาจมีข้อมูลบางส่วนขาดหายไป
นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนจึงได้สั่งการไป และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้สั่งการไปยังกระทรวงให้ลงไปติดตามบุคคลเหล่านี้ เพื่อที่จะดึงเข้าระบบในการไกล่เกลี่ยหนี้สินให้ได้ ทั้งนี้ ถือว่าหลังจากที่เปิดลงทะเบียนในวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ต้องขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทยที่เป็นเจ้าภาพ แต่ต้องมาดูว่าจะสามารถทำอย่างไรให้ดีขึ้นกว่านี้อีก
นายเศรษฐา กล่าวว่า ได้มีการหารือกับรองนายกฯ ในการจัดตลาดนัดแก้หนี้นอกระบบ โดยใช้วันหยุดเสาร์หรืออาทิตย์ ที่บริเวณศาลากลางจังหวัด มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ฝ่ายปกครอง กระทรวงการคลัง มาเปิดรับฟังปัญหาอย่างบูรณาการ
“ ยกตัวอย่าง ลูกหนี้นอกระบบที่มีเงินกู้อยู่ 80,000 บาท จ่ายดอกเบี้ยวันละ 4,000 บาท ซึ่งจ่ายมาหลายปีแล้ว ยอดรวมหลายแสนบาท หากคูณดอกเบี้ยวันละ 4,000 บาท 30 วัน คูณออกมาแล้วเยอะกว่าเงินเดือนนายกฯ ฟังแล้วเป็นเรื่องที่น่าเศร้า” นายเศรษฐา กล่าว
นายเศรษฐา กล่าวว่า กรณีนี้ตนได้สั่งการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ต้องเจรจาแล้วจบเลย เนื่องจากที่ผ่านมามีการจ่ายทบต้นแล้วหลายหน พร้อมกับต้องดำเนินคดี แต่ฝั่งลูกหนี้เองก็เกิดความกังวลเรื่องของความปลอดภัย ตนและตร.รับรองความปลอดภัยของลูกหนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับลูกหนี้ไม่ได้ ซึ่งกรณีนี้จะเป็นตัวอย่างในการแก้ไขหนี้อย่างบูรณาการ
นายกฯ กล่าวขอบคุณพื้นที่ที่จัดการพูดคุยอย่างจริงจัง อย่างกรณีการคุกคามเรียกมายังตู้ตำรวจ ตำรวจกลับบอกว่าให้จ่ายเงินเพื่อจบ ตนไม่ขอพูดถึงว่าในอดีตเป็นอย่างไรบ้าง เพราะตนไม่ได้มาเอาโทษกับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่วันนี้เราต้องเริ่มต้นกันใหม่ มาแก้ไขปัญหากันดีกว่า การจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูง ตนมองว่าเกินไป อยู่ไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลนี้ต้องขจัดปัญหาให้หมดไป และยืนหยัดเคียงข้างประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีลูกหนี้จ่ายดอกเบี้ยทบต้น เกินกว่าอัตรายอดหนี้ และดอกเบี้ยตามกำหนด จะมีโอกาสทวงคืนค่าส่วนต่างหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดำเนินคดี เป็นเรื่องของขั้นตอนตามกฎหมายไป
เมื่อถามว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับลูกหนี้อย่างไร เรื่องข้อกังวลของความปลอดภัย นายเศรษฐา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความมั่นใจแล้ว และตนได้พูดคุยกับตร. รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ก็ยืนยัน และตนเชื่อว่าเรื่องนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ และตนจะไปตอกย้ำอีกครั้งในที่ประชุม เนื่องจากต้องให้ความปลอดภัยกับลูกหนี้ทั้งหมด
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาหนี้นอกระบบนั้น นอกจากจะเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับคนมีสีเข้าไปสนับสนุน นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าทุกคนพยายามทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อสักครู่ที่ประชุมก็มีการต่อว่าในทำนองนี้ ตนมองว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เราต้องทำงานใหม่ วันนี้มีผู้ใหญ่ในรัฐบาลมาหลายท่าน ซึ่งก็ให้ความมั่นใจเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่ต้องแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อถามต่อว่าแต่ถ้าเป็นลูกหนี้ที่กู้หนี้นอกระบบ แต่เก็บอัตราตามกฎหมายกำหนด จะดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ลูกหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบสถาบันทางการเงินมากกว่า ซึ่งเป็นหน้าที่ของลูกหนี้ว่าเขาจะเลือกอย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งที่นายกฯ ร่วมรับฟังการแก้ปัญหาหนี้ระหว่างประชาชน (ลูกหนี้) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีลูกหนี้คนหนึ่งแสดงความเห็นว่า ไม่มั่นใจกลัวเรื่องความปลอดภัย โดยนายกฯ กล่าวให้ความมั่นใจ และเน้นย้ำให้ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะตำรวจในพื้นที่เรื่องความปลอดภัย ให้ดูแลเป็นพิเศษ แม้แต่เล็บข่วนก็อย่าให้เกิด หลังจากนั้น นายกฯ เดินทางกลับ โดยถึงกรุงเทพฯ เวลา 16.32 น.