นายกฯ เข้าเฝ้า สมเด็จพระสังฆราช เนื่องในวันปีใหม่ 2567 เผย ทรงห่วงเรื่องบ้านเมือง ชี้ ปีมังกรทอง รัฐบาลมุ่งดูแลทั้ง 3 สถาบันหลัก-ปากท้องประชาชน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 2567 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมด้วย พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยา เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2567

โดยทันทีที่ นายกรัฐมนตรี และภริยา เดินทางถึงวัดราชบพิธฯ ได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จากนั้นทักทายสื่อมวลชนและประชาชนที่มาทำบุญวันปีใหม่ ว่า “สวัสดีปีใหม่” พร้อมร่วมถ่ายรูปกับประชาชน ก่อนเดินไปเข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะ สมเด็จพระสังฆราชฯ ภายในพระอุโบสถ

จากนั้น เวลา 11.10 น. นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ หลังเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชฯ ว่า สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพรให้มีความสุข โดยท่านสอบถามเรื่องบ้านเมืองที่เป็นห่วงว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคาดหวังในปีงูใหญ่ หรือที่หลายคนมองว่าเป็นปีมังกรทอง นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูที่ประชาชนเป็นหลัก โดยจะต้องดูแลทั้ง 3 สถาบัน ทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนก็เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะต้องดูให้ทุกมิติ ไม่ใช่แต่เรื่องเศรษฐกิจหรือปากท้องเพียงอย่างเดียว

แต่ต้องดูในเรื่องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างอากาศบริสุทธิ์ การประกอบอาชีพ เพศสภาพ เป็นต้น ยืนยันว่าสิ่งที่ตั้งใจไว้ก็ยังเหมือนเดิม คือ การแก้ไขปัญหาประชาชน ซึ่งจะต้องทำในทุกมิติ เพราะปัญหาของประชาชนมีความลึกในหลายมิติ ฉะนั้น ต้องทำทุกอย่าง อะไรทำได้ก็ทำก่อนอย่าง เช่น เรื่องการปรับโครงสร้าง การแก้ไขและพัฒนาในหลายเรื่อง ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่เยอะและใหญ่

เมื่อถามว่า ปี 2567 จะต้องทำงานหนักมากกว่าเดิมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนขอใช้คำว่าทำงานหนักเหมือนเดิมดีกว่า เพราะเท่าที่ทำมา ทุกคนก็ทำงานเต็มที่อยู่แล้ว รัฐมนตรีทุกคนที่มาจากทุกพรรคก็ทำงานอย่างเต็มที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน