ลดนายพล! กลาโหม ตีปี๊บ จัดโปรโมชั่นจูงใจ นายพลเกษียณก่อนกำหนด จ่ายเงินชดเชย 7 แสน พร้อมสิทธิบำเหน็จ/บำนาญ มั่นใจนายพลแฮปปี้แน่
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 11 ม.ค. 2567 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง กล่าวถึงนโยบายปรับลดจำนวนนายพลทุกเหล่าทัพ ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ว่า นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ได้กำชับให้แต่ละเหล่าทัพเร่งทำความเข้าใจกับกำลังพลในโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดจำนวนนายพลในตำแหน่งดังกล่าวเกินความจำเป็นลงกว่า 50% ภายใน 3 ปี หรือเหลือน้อยกว่า 300 คน ในปี 2570
ที่ผ่านมามีชั้นนายพลประมาณ 2,000 นาย โดยเป็นกำลังหลักประมาณ 1,300 นาย ซึ่งกำลังหลักจำเป็นต้องพิจารณาถึงสถานการณ์ความมั่นคงของโลกและในภูมิภาค รวมทั้งรูปแบบในยุทธวิธีต่างๆ
ซึ่งปัจจุบันมีสงครามไซเบอร์หรือ Cyber warfare และเรื่องอวกาศเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนจำนวนนายพลกว่า 700 นายในตำแหน่งประจำ ได้เริ่มดำเนินการมาก่อนแล้ว คาดว่าผลสัมฤทธิ์จะเป็นไปตามเป้าหมาย
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า รมว.กลาโหม ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดให้มีผลสัมฤทธิ์ ในช่วงรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในปี 2568-2570 โดยนายพลในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ จะต้องลดลงให้เหลือน้อยที่สุดตามความจำเป็นของกองทัพ
อีกทั้งยังให้นโยบายสร้างแรงจูงใจในการลดจำนวนชั้นยศ “พันเอก (พิเศษ)” ที่จะขึ้นไปเป็น “นายพล” ในอนาคต ให้ลดลงอีกกว่า 570 อัตรา เพื่อให้สอดรับกับตำแหน่งนายพลที่จะลดลงไปด้วย
“เป็นวิสัยทัศน์ของ รมว.กลาโหม ที่ให้นโยบายในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาการลดนายพล แต่ฐานนายพันเอกพิเศษยังมีมากก็จะไปสร้างปัญหาใหม่ในอนาคต ซึ่งนโยบายนี้กองทัพยังสามารถปฏิบัติงาน และอาชีพทหารยังมีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าได้อีก ทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้กองทัพอีกด้วย” นายจิรายุ กล่าว
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า รมว.กลาโหม ได้กำชับให้จัดทำนโยบายสร้างแรงจูงใจให้นายทหารเกษียณก่อนกำหนด เช่น การจ่ายเงินชดเชย หรือเงินก้อน ประมาณ 7 แสนบาท ขึ้นอยู่กับชั้นยศ และเวลารับราชการ ซึ่งจะมีสูตรคำนวณชัดเจน
รวมทั้งสิทธิบำเหน็จ/บำนาญก็จะได้รับตามปกติ ถือว่าเป็นประโยชน์และกำลังใจต่อกำลังพลของกองทัพ เมื่อตัดสินใจในช่วงนี้ถือว่าได้สิทธิประโยชน์มากที่สุดเมื่อเทียบกับโครงการที่ผ่านๆ มา และจะสามารถลดภาระงบประมาณประเทศในระยะยาวอีกด้วย
ส่วนความคืบหน้า ปัจจุบันได้จัดทำรูปแบบข้อเสนอ/แรงจูงใจต่างๆ แล้ว อยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยก่อนสิ้นเดือนก.พ.นี้ จะนำเข้าที่ประชุมสภากลาโหม
จากนั้นจะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติแผนและกรอบงบประมาณ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันปีนี้ ในช่วงการเกษียณอายุราชการของข้าราชการในเดือนต.ค. 2567 สำหรับโครงการนี้จะใช้เงินงบประมาณของกระทรวงกลาโหมประมาณ 600 ล้านบาท ภายใน 3 ปี (2568-2670 ) หรือเฉลี่ย 200 ล้านบาทต่อปี
“แม้ที่ผ่านมากองทัพจะมีแผนปรับลดจำนวนนายพลระยะยาว ปี 2551-2571 แต่นโยบายครั้งนี้จะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายรวดเร็วขึ้นภายใน 3 ปี โดยเน้นกลุ่มพลตรี-พลโท-พลเอก ในตำแหน่ง ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ-ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษทุกเหล่าทัพ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในช่วงรัฐบาล คสช. ปี 2557-2561 เคยทำโครงการเกษียณก่อนกำหนดทุกชั้นยศทุกตำแหน่ง มีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 26,000 ตำแหน่ง จึงเชื่อว่าโครงการลดนายพลครั้งนี้จะได้รับการตอบรับดีอย่างแน่นอน” นายจิรายุ กล่าว