เศรษฐา ลุยพื้นที่จริงครั้งแรก ดูจุดก่อสร้าง‘แลนด์บริดจ์’ ระนอง-ชุมพร ติดตาม 4 ประเด็นหลัก กลุ่มต้านไม่พลาด ปักป้ายค้านโชว์ขบวนนายกฯ
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 22 ม.ค.2567 ที่จ.ระนอง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางมายังพื้นที่โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์
ถือเป็นครั้งแรกที่ นายกฯ มาลงพื้นที่จริง ซึ่งเป็นจุดที่ดำเนินการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ ภายหลังจากรัฐบาล มีนโยบายและมีการโรดโชว์โครงการนี้ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาบริหารประเทศมา 4 เดือน เพื่อชวนนักลงทุนมาร่วม ในโครงการนี้
การลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ของนายกฯ ครั้งนี้ มีประเด็นที่นายกฯ ต้องติดตามด้วยกัน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เรื่องการผลักดันให้แลนด์บริดจ์เป็นประตูการค้า โดยเป็นประตูการค้ารองรับการนำเข้า-ส่งออกของไทย และเป็นประตูการค้ารองรับการนำเข้า-ส่งออกของประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประเทศในกลุ่มโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงจีนตอนใต้
2.เรื่องการถ่ายลำเรือสินค้า โดยพัฒนาให้แลนด์บริดจ์เป็นทางเลือกในการถ่ายลำการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ในมหาสมุทรอินเดีย และประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ว่าญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน เป็นต้น โดยเชื่อมต่อทางรางและทางถนน
3.การพัฒนาอุตสาหกรรมท่าเรือ โดยมีการตั้งเขตพื้นที่เศรษฐกิจเสรี ดึงดูดนักลงทุน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมหลังท่าเรือระนอง และท่าเรือชุมพร ส่งเสริมแลนด์บริดจ์ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้
4.การรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่ และการทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินงานทางกฎหมาย และแผนงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพเป็นต้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันในพื้นที่มีประชาชนที่คัดค้านและสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยผู้ที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่อ่าวอ่าง ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว เป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้าน หากก่อสร้างท่าเรือแล้วจะไม่มีที่ทำมาหากิน
นอกจากนี้ผู้ที่อยู่ในแนวเส้นทางโครงการ ก็จะได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัย จึงอยากให้รัฐบาลเยียวยาและจัดหาที่อยู่ให้ใหม่ ขณะที่บางคนเห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะบ้านเมืองจะได้เจริญ ประชาชนจะได้มีงานทำ
เมื่อนายกฯ เดินทางมาถึง ได้เยี่ยมชมผังท่าเรือ บริเวณ แหลมอ่าวอ่าง ซึ่งเป็นจุดที่จะดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งจะมีพื้นที่ถมทะเล 6,976 ไร่ ระยะทางสะพานข้ามไปยังท่าเรือ 4.5 กิโลเมตร โดยมีช่องลอดให้เรือประมงผ่านได้ มีข้อความว่า No rambit
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นายกฯ มาถึง ปรากฏว่า มีกลุ่มคัดค้านมายืนชูป้ายผ้าขนาดใหญ่ เขียนข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ว่า “No landbridge” ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการไม่ให้เข้ามาในพื้นที่เพียงให้ชูป้ายอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอุทยาน เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า

ป้ายต่อต้าน โครงการ แลนด์บริดจ์
ข่าวเกี่ยวข้อง
- รู้จัก “แลนด์บริดจ์” โปรเจ็กต์ยักษ์ เชื่อมอ่าวไทย – อันดามัน
- ‘แลนด์บริดจ์’ งบ 1 ล้านล้าน มีประโยชน์ – โทษ อย่างไร
- โฆษกเพื่อไทย ถามตอบ 18 ข้อ ‘โครงการแลนด์บริดจ์’