ภูมิธรรม ยันดิจิทัลวอลเล็ต คือ การดึงประชาชนเข้ามากู้วิกฤตด้วยกัน ลุยเดินหน้าเต็มสูบ แนะนักวิชาการ-เศรษฐศาสตร์ มองความจริง
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 24 ม.ค.2567 ที่โรงแรมพลูแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ มติชนจัดงานสัมมนาปาฐกถาพิเศษ Thailand 2024 The Great Challenges เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวในวงเสวนา ภายใต้หัวข้อ “จับสัญญาณบวกส่งออก ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในตลาดโลก” ว่า ธีมหลักของงานคือ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ซึ่ง 25 ปีก่อน จากการก่อตั้งพรรคไทยรักไทย แนวทางการทำงานมี 2 เรื่อง ได้แก่ ประชาชนเป็นศูนย์กลาง รวมถึงลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส พัฒนามาจนถึงพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน
ไม่คิดว่าผ่านมา 25 ปี คำนี้ยังฮิตอยู่ การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเป็นเรื่องเดิม แสดงว่า 20 กว่าปีที่ผ่านมา เรามาถูกทาง เนื่องจากรัฐบาลไทยรักไทยที่ก่อตั้งและเริ่มดำเนินการขึ้นมานั้น ทุกนโยบายสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ทั้งหมด อาทิ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน การดำเนินการในทุกเรื่อง สามารถตอบคำถามได้ในทุกมิติ

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ภาพที่เคยทำได้ดีในสมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สามารถเพิ่มรายได้ สร้างชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นในชนบทไทย แต่ในปัจจุบัน กลับไปดูในทุกที่ ย้อนหลังไปหมด ชนบทไทยที่เคยพัฒนาเป็นชนชั้นกลาง สตาร์ตอัพ หายไปจนหมด ทั้งที่เราเคยมาถูกทาง
ความเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม คือ หัวใจใหญ่ที่จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ หากไม่มี ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปตามอำเภอใจ ซึ่งเราอยู่กับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารมากว่า 9 ปีแล้ว
นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้เราเห็นเศรษฐกิจโลกอย่างไรก็ยังมีปัญหา แม้หลายสำนักงานจะยังขัดแย้งกันอยู่ แต่ที่ผ่านมานักเศรษฐศาสตร์ไทยเก่งในการทำนายเรื่องข้างหน้า จากนั้นปีถัดไปก็เก่งในการแก้ไขเรื่องที่ทำนายไว้ จากนั้นก็ทำนายปีถัดไปอีกครั้ง ตรงนี้จะต้องหันกลับมา
นักวิชาการทั้งหลายต้องอย่าติดอยู่กับความเป็นวิชาการเท่านั้น ต้องใช้ความเป็นนักวิชาการมาคุยและดูความเป็นจริงด้วย ขณะนี้รัฐบาลมีเรือธงในการใช้เครื่องมือแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท แต่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ควรรับฟัง โดยให้เหตุผลว่าดิจิทัลวอลเล็ตเดินหน้าต่อไม่ได้ เพราะขณะนี้ยังไม่วิกฤตมากเพียงพอ

ส่วนนี้มองว่าควรไปถามประชาชน ที่มีข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั้งหมด 2 แสนราย กว่า 97% มองว่าวิกฤต ซึ่งส่วนนี้ต้องถามผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าเคยฟังหรือเคยดูข้อมูลเหล่านี้หรือไม่ เพราะขณะนี้หากถามนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ สตาร์ตอัพ และประชาชนส่วนใหญ่พูดเหมือนกันหมดว่า วิกฤต ทำให้วันนี้เราเถียงกันระหว่างเรื่องที่อยู่ในความเป็นจริงกับความฝัน การเติบโตของทุนนิยมในวันนี้ต้องคำนึงถึงความเป็นจริง และมีหัวใจ เป็นทุนนิยมที่มีหัวใจ
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันหากดูจากเศรษฐกิจโลก ทุกคนมองเหมือนกันหมดว่า เรากำลังจะฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยไม่แน่นอน อาทิ สงครามระหว่างประเทศ นำไปสู่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ต้นทุนการผลิต และต้นทุนการขนส่งที่ปรับสูงขึ้นด้วย ทำให้เศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอนและยังมีปัญหาอยู่
แม้มีแนวโน้มไปได้ดีขึ้น แต่คำว่าไปได้ดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าอยู่กับที่แล้วดีขึ้น จะต้องมีปัจจัยที่เราแหวกวงล้อมออกไปได้ ก็ขึ้นอยู่กับประเทศต่างๆ ว่าจะคุมสภาพต่างๆ ได้ และดึงการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างไรบ้าง
“ดิจิทัลวอลเล็ต คือ การดึงประชาชนเข้ามากู้วิกฤตด้วยกัน แจกเงินคนละ 10,000 บาท ไม่ได้คำนึงถึงคนจนหรือรวย แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้สอย เพื่อให้เกิดบรรยากาศและการเพิ่มกำลังซื้อ ซึ่งจะช่วยขยับขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจทั้งหมด” นายภูมิธรรม กล่าว
เนื่องจากเครื่องจักรเศรษฐกิจหลายตัวดับลงเกือบหมด ทำให้การนำเงินไปเพิ่มกำลังซื้อ เพื่อขยับขึ้นมาหมุนวงจรเศรษฐกิจได้อีกหลายรอบ อันนี้เป็นหัวใจสำคัญ แต่ยังไปไม่ได้ เพราะยังมีการตั้งคำถามอยู่ ถือเป็นข้อพึงสังวร ไม่ใช่ข้อพึงปฏิบัติ รัฐบาลจึงจะเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป เพียงแต่นำข้อเสนอแนะต่างๆ มาร่วมรับฟังด้วย