ก้าวไกล จี้ ‘รมว.เกษตรฯ’ ขอดูกล้องวงจรปิด-สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หลังไฟไหม้อาคาร เหน็บ คงไม่โชคดี ถึงขั้นทำเอกสารสำคัญเสียหาย
เมื่อเวลา 11.25 วันที่ 5 ก.พ. 2567 ที่รัฐสภา นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคก้าวไกล ในฐานะที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กล่าวกรณีเหตุเพลิงไหม้อาคารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่าเอกสารที่ไหม้นั้นมีความสำคัญหรือไม่ หากไม่ใช่ก็ไม่มีปัญหาอะไร
รวมถึงเอกสารที่เสียหาย มีผลกับกรมฝนหลวงและกรมการบินเกษตรที่กำลังจะเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ วันที่ 15 ก.พ.นี้ ด้วยหรือไม่
อยากฝากถึง รมว.เกษตร ว่า เราอยากขอดูภาพกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุว่ามีใครเข้าไปในบริเวณนั้นหรือไม่ โดยพื้นที่ที่ใช้เก็บเอกสารสำคัญต้องมีการตรวจสอบก่อนถึงจะเข้าได้ รวมถึงขอดูสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง เพราะหน่วยงานราชการต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
รวมถึงระบบเตือนสัญญาณควัน มีการบำรุงรักษาและใช้งบประมาณไปมากแค่ไหน ความเสียหายที่เกิดขึ้นเหมาะสมกับงบประมาณหรือไม่
ส่วนจะไหม้เอกสารเกี่ยวข้องกับที่ทางกรรมาธิการเชิญมาชี้แจงหรือไม่นั้น นายกรุณพล กล่าวว่า หวังว่าคงไม่โชคดีขนาดที่ว่าไฟไหม้เอกสารสำคัญที่ต้องมาชี้แจง หากเกิดไหม้จริงคงต้องไปไล่บี้กันว่า เหตุใดจึงเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
ทั้งที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า เกิดจากช่างซ่อมแอร์ ซึ่งตนอยากพบช่างคนดังกล่าว รวมถึงเอกสารต่างๆ ที่ติดต่อช่าง ว่าที่จริงแล้วเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ต้องมีคำตอบให้กับประชาชน
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่จากที่มีการติดตามทั้ง 2 กรม จะมีการเชื่อมโยงตรวจสอบทางกรรมาธิการ นายกรุณพล กล่าวว่า เราเองก็มีเอกสารอยู่ในมือ แต่หากไม่มีเอกสารใดๆ อธิบดีถ้าไม่มีปัญหาด้านความจำ ก็จะต้องตอบปัญหาได้อย่างชัดเจน เพราะเวลาไม่ถึง 1 ปี และเป็นงบประมาณก้อนใหญ่หลายร้อยล้าน ลายเซ็นก็เป็นของท่าน
เมื่อถามว่าหลังจากกรรมาธิการออกมาเปิดเผยและตรวจสอบการล็อกสเปกจัดซื้อเครื่องบินบริษัทต่างประเทศ ซึ่งนายไชยา พรหมมา รมช.เกษตรฯ ชี้แจงว่า กรณีการจัดซื้อเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีคณะกรรมการตรวจสอบถึง 5 ชุด ผ่านกระบวนการประมูล e-bidding ชัดเจน นายกรุณพล กล่าวว่า ก็ฟังได้ แต่การที่กรรมาธิการตั้งข้อสงสัย ไม่ได้หมายความว่ามีการทุจริต
แต่มีข้อสงสัยว่าทำไมต้องเป็นบริษัทนี้ เป็นเครื่องบินสเปกนี้ ราคาเท่านี้ ได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือการซ่อมบำรุงมากน้อยแค่ไหน จึงตั้งคำถามเพื่อให้ใช้ภาษีของประชาชนอย่างมีประโยชน์
เชื่อว่าไม่ว่าถามแบบใด ถ้ามีคำตอบที่โปร่งใสชัดเจน ประชาชนเข้าถึงการตรวจสอบได้ ก็ไม่มีปัญหา อย่าเพิ่งกังวลว่าเมื่อกรรมาธิการตั้งคำถามแล้วจะกลายเป็นผู้ผิดหรือผู้ทุจริต ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าพูดคุยในที่ประชุมด้วย
นายกรุณพล ย้ำว่า ในวันที่ 15 ก.พ. อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยืนยันจะเข้ามาชี้แจงต่อกรรมาธิการด้วยตนเอง แต่อธิบดีกรมการข้าวขอดูคำถามก่อน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าขณะที่ประชาชนตั้งข้อสงสัยต่ออธิบดีกรมการข้าว ทั้งเรื่องนายศรีสุวรรณ จรรยา ร้องเรียน หรือเรื่องที่ได้ยินมาจากหน่วยงานต่างๆ จึงอยากให้อธิบดีกรมการข้าวชี้แจงให้สิ้นข้อสงสัย