ราชทัณฑ์ ชงชื่อ ‘ทักษิณ’ พักโทษพิเศษแล้ว เสนอรมว.ยุติธรรมเคาะ ครบกำหนด 18 ก.พ. เผยการอายัดตัวผู้ต้องขังเป็นเรื่องปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับการพักโทษ
เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2567 นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซต์ไทยแลนด์ ถึงขึ้นตอนการอายัดตัวผู้ต้องขังว่า เท่าที่ตนทราบจากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้เปิดให้อัยการและตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาความผิดตามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
ขั้นตอนอายัดตัวผู้ต้องขัง เป็นเรื่องปกติเพราะเป็นข้อตกลงระหว่างตำรวจกับกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากผู้ที่ถูกจำคุก หรือถูกศาลตัดสินคดีก่อนไปแล้ว ถ้ายังมีคดีอยู่ระหว่างดำเนินการ ตำรวจจะแจ้งอายัดตัวมาเพื่อให้เรือนจำรู้ว่า ถ้าครบวันจะปล่อยตัวเมื่อไร ก็จะแจ้งให้ตำรวจรู้ก่อน
เมื่อถามว่ามีการคาดการณ์ว่านายทักษิณ จะได้รับการพักโทษในช่วงวันที่ 18 ก.พ. ตำรวจจะรับตัวไปดำเนินการต่อเลยหรือไม่ นายสหการณ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินการอย่างไร เมื่อนายทักษิณ ได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษ เราก็ต้องแจ้งไปที่ตำรวจ เพราะคดีนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน ซึ่งตำรวจมีหน้าที่ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าหลักเกณฑ์การพักโทษเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายสหการณ์กล่าวว่า อยู่ระหว่างดำเนินการ ตั้งแต่ในชั้นราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรม กำลังประสานงานกันอยู่ สำหรับหลักเกณฑ์มีมาก่อนแล้ว ทั้งกรณีปกติและกรณีพิเศษ ซึ่งจะเสนอคุณสมบัติมาที่คณะกรรมการพิจารณาการพักโทษ โดยต้องดูในรายละเอียดก่อนเสนอไปที่กระทรวงยุติธรรม
“สำหรับระยะเวลาการพิจารณาพักโทษนั้น ก็ทำตามปกติ โดยจะประชุมเดือนละครั้ง ล่าสุด ประชุมไปเมื่อปลายเดือน ม.ค.เพื่อพิจารณารายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าหลักเกณฑ์พักโทษในเดือน ก.พ. แต่ผมไม่ยืนยันว่ามีรายชื่อใครบ้าง ส่วนนายทักษิณ ก็อยู่ในข่าย เนื่องจากอายุเยอะ และแม้จะอยู่ในเกณฑ์กรรมการก็จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ผมไม่อยากเชื่อมโยงกับนายทักษิณ” นายสหการณ์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า นายทักษิณ มีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์ โครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งมีหลักเกณฑ์ ดังนี้ เป็นนักโทษเด็ดขาด ต้องโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 6 เดือน ของกำหนดโทษตามหมายแจ้ง เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางขึ้นไป ไม่มีโทษกักขัง หรือไม่ถูกคุมขังตามหมายขังในคดีอื่น ต้องมีผู้อุปการะและยินดีรับอุปการะ ในกรณีที่ไม่มีผู้เกี่ยวข้องกับนักโทษเด็ดขาด
สำหรับนายทักษิณ จะครบกำหนดการพักโทษ ในวันที่ 18 ก.พ.2567 ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ได้รวบรวมเสนอรายชื่อผู้มีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์พักโทษ และพักโทษกรณีพิเศษเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งมีชื่อนายทักษิณ เป็น 1 ในนักโทษกรณีพิเศษ พร้อมกับผู้ต้องขังรายอื่นอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเสนอไปยังรมว.ยุติธรรมพิจารณาเห็นชอบพักโทษ ตามกำหนดเวลาครบกำหนดพักโทษของนายทักษิณ จากนั้นต้องแจ้งไปยังกรมคุมประพฤติ เพื่อรับผิดชอบในขั้นตอนต่อไป
แหล่งข่าวกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การพิจารณาคุณสมบัติพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์ ไม่ได้มีข้อห้ามว่า ต้องโทษคดีอะไร พักการลงโทษได้หรือไม่ ทุกคดีสามารถพักการลงโทษ หากมีหลักเกณฑ์ถูกต้องตามคุณสมบัติ
ส่วนประเด็นการอายัดตัวก็เป็นขั้นตอนปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับการพักโทษผู้ต้องขัง หากคดีที่เหลือจะมีการนำตัวไปฟ้องต่อศาล เจ้าหน้าที่คุมประพฤติก็ได้รับรายงานทุกหน่วยมีการประสานงานกันอยู่แล้วตามขั้นตอน