ชูศักดิ์ เผย ‘กมธ.นิรโทษกรรม’ นัดต่อไป หาข้อสรุป ปมคดี ‘ม.112- ทุจริต’ จะรวมหรือไม่ ชี้หาก ยกร่างกฎหมายใหม่ ต้องใช้เวลามากกว่า 60 วัน
เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 22 ก.พ. 2567 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรากฎหมายนิรโทษกรรม เปิดเผยหลังการประชุมว่า วาระหลักในวันนี้ เป็นการขอฟังความเห็นกมธ.ทุกฝ่าย เพื่อแสดงเป้าหมายในการขอนิรโทษกรรม และเพื่อให้แสดงวัตถุประสงค์สำคัญในการนิรโทษกรรมในครั้งนี้คืออะไร
ความเห็นส่วนใหญ่ในที่ประชุม มีเป้าหมายในการทำนิรโทษกรรมครั้งนี้ คือ ยุติความขัดแย้งและความคิดเห็นทางการเมือง เพื่อทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ด้วยความปรองดอง และอยู่ด้วยกันได้อย่างเห็นต่าง หากมีความเห็นต่างก็ขอให้เป็นความขัดแย้งทางความคิด ไม่ใช่ความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรงเหมือนในอดีต
ส่วนเหตุผลอื่นๆ คือ ทำให้สังคมไทยกลับคืนสู่ความปกติสุข เนื่องจากทุกคนเห็นว่าผลการขัดแย้งทางการเมืองเมื่อปี 2549 เป็นต้นเหตุสำคัญ ทำให้ประเทศไทยมีปัญหา ไม่สามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าได้ เศรษฐกิจที่ตกต่ำก็มีผลมาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งนั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงการขอนิรโทษกรรมความผิดในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีคนเสนอเรื่องนี้หรือไม่นั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า มีความเห็นทั้งสองส่วน บางส่วนบอกว่ายังไม่ควรจะมี บางส่วนก็เห็นด้วย
บางส่วนก็เห็นด้วยแบบมีเงื่อนไขที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่างๆ เนื่องจากเห็นว่าการนิรโทษกรรม ควรต้องมีลักษณะทำให้สิ่งที่เป็นความขัดแย้งนั้นยุติลง และไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก จึงมีเงื่อนไขบ้าง ขณะนี้รับฟัง แต่ยังไม่ได้ตัดสินว่าจะเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม การประชุมนัดต่อไป กมธ.จะจัดทำเป็นข้อสรุปว่าท้ายที่สุด จะมีความเห็นออกมาอย่างไร และจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรในหลักการนิรโทษกรรม ว่าจะรวมการกระทำอะไรบ้าง
เมื่อถามว่าแนวโน้มความเห็นจาก กมธ. มีความเห็นเรื่องมาตรา 112 อย่างไร นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะความเห็นยังไม่สามารถจำแนกได้ เป็นเพียงการแสดงความเห็นในเชิงเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วยแบบมีเงื่อนไข หรือออกมาในรูปแบบมาตรการที่อาจไม่ใช่การนิรโทษกรรมก็ได้
ส่วนจะรวมคดีทุจริตหรือไม่นั้น ในที่ประชุมยังไม่ถึงขั้นได้ข้อสรุปในเรื่องนั้น เป็นการพิจารณาในส่วนของวัตถุประสงค์และเป้าหมายเท่านั้น
เมื่อถามว่าจากการเปิดรับฟังความเห็นแล้ว กมธ.จะมีการขยายระยะเวลาพิจารณาให้เกินกรอบเวลา 60 วัน หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า กำลังหารืออยู่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำในระดับไหน ขณะนี้ก็มีความเห็นที่เป็นข้อยุติแบบพอสมควรแล้ว เช่น หน้าที่ของ กมธ. เป็นเพียงเสนอหลักการเท่านั้น
บางคนก็เสนอว่าให้เป็นทางเลือกหลายๆ แบบด้วยซ้ำ ให้สภาผู้แทนราษฎรตัดสินใจ ตอนนี้กำลังดูกันอยู่ แล้วจะตัดสินใจในครั้งหน้า
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า การประชุมยังไม่ถึงขั้นให้เสนอเป็นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับใหม่ ส่วนจะมีโอกาสที่จะทำเป็นร่างกฎหมายควบคู่กันไปหรือไม่นั้น มองว่าถ้าคิดจะยกร่างไปด้วยก็ไม่น่าจะทันกรอบเวลาทำงานของกมธ. 60 วัน เนื่องจากกฎหมายเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณารายละเอียด