นายกฯ แถลงผลเยือนยุโรป เรียกความเชื่อมั่นตปท. ประกาศวาระแห่งชาติปี 68 ปีแห่งการท่องเที่ยวไทย เผยจัดฟอร์มูล่าอี ที่เชียงใหม่ โต้คนวิจารณ์ไร้ผลงานทัวร์ตปท. เชื่อไม่นานเห็นผลเป็นรูปธรรม

เมื่อเวลา 13.45 วันที่ 14 มี.ค.2567 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงผลการเดินทางไปร่วมประชุมอาเซียน-ออสเตรเลีย เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐฝรั่งเศสว่า จุดประสงค์หลักที่ไปคือเพื่อไปสร้างเชื่อมั่นด้านยุทธศาสตร์ และการร่วมมือกับทุกประเทศ โดยประเทศออสเตรเลีย ได้พบปะผู้นำหลายประเทศ ทั้งมาเลเซีย ลาว ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ พบปะภาคเอกชน 6 เจ้า

จากนั้นบินไปที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ร่วมงานท่องเที่ยวระดับโลก โดยตนประกาศว่าจะผลักดันวาระแห่งชาติว่าปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย ทัวร์ลิสซึ่ม ฮับ โดยจะยกระดับศิลปวัฒนธรรมไทย อาหาร แฟชั่นให้เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก จะมีมิชลินไกด์ระดับโลกมาแสดงสินค้าที่เมืองไทย รวมถึงจัดปารีสแฟชั่นโชว์ การพูดคุยจัดการแข่งขันฟอร์มูล่าอี ที่ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเรื่องการท่องเที่ยว

ส่วนการเยือนฝรั่งเศส ได้พบประธานาธิบดี แอมานูแอล มาครง ที่จะผลักดันเรื่องเขตการค้าเสรี (FTA) เป็นหลัก รวมถึงการยกเว้นวีซ่าเชงเก้น ซึ่งเป็นวาระที่พูดทุกประเทศที่เดินทางไปสหภาพยุโรป และได้รับการสนับสนุนทั้ง 2 เรื่อง และได้พบภาคเอกชนเกือบ 23 ราย

จากนั้นไปเมืองคานส์ ไปเปิดงานและพูดคุยว่า ปี 2568 ประเทศไทยจะมาจากนิทรรศการที่ใหญ่ขึ้น นำเรื่องของประเทศไทยมาขยายความให้ต่างประเทศทราบ และวันที่ 13 มี.ค.บินกลับมาที่เบอร์ลิน พบปะภาคเอกชน 7 ราย ที่มีทั้ง โฟล์คสวาเกน และเมอร์ซิเดส-เบนซ์ ตลอด 9 วันที่เดินทางไปต่างประเทศได้พูดคุยในเรื่องต่างๆ อย่างละเอียด

“ทำการบ้านไปเชิญภาคเอกชนที่มีปัญหาทำธุรกิจในเมืองไทยมาพูดคุย เสนอแนะข้อคิดเห็นว่าอาจจะมีบางอย่างที่เราไม่เข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทย ก็พูดคุยลงรายละเอียด เชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก” นายกฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิจารณ์ว่านายกฯ ไปต่างประเทศภารกิจแน่น แต่ไม่เห็นผลงานที่เป็นรูปธรรม นายเศรษฐา กล่าวว่า การลงทุนหลายอย่างมูลค่าลงทุนเป็นแสนล้านบาท เขาไม่ได้ตัดสินใจภายในเวลา 2-3 เดือน ต้องใช้เวลา พูดคุยกันนาน บางเรื่องที่เรามาถึงตรงนี้ ไม่ใช่รัฐบาลนี้รัฐบาลเดียวที่ริเริ่มขึ้นมา แต่ต่อยอดหลายเรื่องที่ทำมาดี และเราต้องทำต่อไป ที่ผ่านมา 6 เดือนได้ต่อยอดมาจากรัฐบาลที่แล้วบ้าง

“การที่เดินทางไปบอกชาวโลกว่า ประเทศไทยเปิดแล้ว เหมาะสมกับการลงทุนเรื่องอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่นายกฯ หรือตัวผมคนเดียว อย่างที่ผมเรียนไป จะชอบหรือไม่ชอบผมเป็นการส่วนตัว แต่อย่ามาด้อยค่าศักยภาพของไทย หน้าที่ผมคือต้องพิสูจน์ตัวเอง ต้องเดินทางไปบอกว่าประเทศไทยมีอะไรดีบ้าง หลายกระทรวงทำงานกันตลอด ทำการบ้านหนักมาก เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย” นายกฯ กล่าว

นายเศรษฐา กล่าวว่า ยกตัวอย่างเรื่องวีซ่าเชงเก้น ต้องเข้าใจว่าสหภาพยุโรปมีหลายประเทศ ไม่ใช่ประเทศเดียวที่จะตกลงได้ เพราะเรื่องที่เขาห่วงใยที่สุดคือการลี้ภัย ไปเที่ยวแล้วไปเป็นโรบินฮู้ด ซึ่งต้องชี้แจงว่ากระทรวงต่างประเทศของไทยมีมาตรการที่จะปกป้องตรงนี้ ขณะที่การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์มีมูลค่าการลงทุนเป็นแสนล้าน ต้องมีการศึกษากฎระเบียบ การประกาศ INNITE ไทยแลนด์ 8 ด้าน เพื่อทำให้ชาวโลกรู้ว่าประเทศไทยดีอย่างไรที่จะมาลงทุน

เมื่อมาอยู่ตรงนี้ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองไปเรื่อยๆ และมีทีมงานช่วย แต่หวังว่าคำติบางคำจะไม่ทำให้ไม่สบายใจ หรือหมดกำลังใจ ขอย้ำว่าการทำงานไม่ใช่ตนคนเดียว แต่มีทีมงานข้าราชการที่ทำงานลืมเหน็ดเหนื่อยร่วมกันมา กว่าจะจัดประชุมแต่ละครั้งที่มีซีอีโอใหญ่ บริษัทใหญ่ มาร่วมได้ แค่นี้ก็ยากแล้ว

ดังนั้น ทุกอย่างต้องใช้เวลากว่าจะประสบความสำเร็จ และจากนี้ต่อไปจะเห็นผล และในวันที่ 21 มี.ค.นี้ ประธาน Microsoft จะเดินทางมาพบที่ทำเนียบรัฐบาล และหลายบริษัทระดับโลกตกลงแล้ว แต่ขอเก็บเป็นความลับ เพื่อต้องผ่านคณะกรรมการและขั้นตอนของเขา

“บอกตรงๆ ว่า ผมไม่รู้สึกอะไร แต่เป็นห่วงข้าราชการที่ทำงานหนัก ไม่อยากให้รู้สึกท้อถอยกับเสียงติฉินนินทาเหล่านี้ และขอบอกไปถึงข้าราชการที่ร่วมทำงานว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวผมรับให้เอง ขอให้ทำงานกันต่อไป เพราะผมทำงานคนเดียวไม่ได้ ถ้าไม่มีพลังจากเจ้าหน้าที่ทั้งหลายมาช่วย”

ผู้สื่อข่าวถามว่าการจัดแข่งฟอร์มูล่าอี กับฟอร์มูล่าวัน สิ่งใดจะเกิดก่อนกัน และเหตุผลที่จะจัดงานที่เชียงใหม่ นายกฯ กล่าวว่า ฟอร์มูล่าอีเกิดขึ้นก่อน เพราะฟอร์มูล่าวันจะเกิดขึ้นเร็วสุดในปี 2027 ส่วนฟอร์มูล่าอีที่เราจะไปจัดเชียงใหม่ เพราะมี 2-3 เมืองที่เห็นว่าเหมาะสม และทางฟอร์มูล่าอีจะไปพบตนที่เชียงใหม่ ต้องไปดูผลตอบรับที่เกิดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ระดับสูงเขามากันเต็มที่

เมื่อถามว่าการเดินทางไปครั้งนี้ นำผ้าขาวม้าไปเผยแพร่จำนวนมาก นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังเอาไปน้อย ลายที่เอาไปเป็นลายตาราง พยายามนำไปใช้ให้เยอะที่สุด แต่เรียนว่าไม่ได้ไปซื้อเพื่อเป็นผู้นำแฟชั่น แต่มีประชาชนนำมามอบให้ผูกเอวด้วยความรักความผูกพัน ก็อยากตอบสนองโดยนำสินค้าที่ดี ผลิตภัณฑ์ที่เก๋ๆ ไปให้ชาวโลกเห็นว่าเราก็มีของดีตรงนี้เหมือนกัน ซึ่งต่างประเทศก็สนใจผลิตภัณฑ์ของไทย

แต่ทั่วโลกต้องมีมาตรฐานการตรวจสอบ ควบคุมมาตรฐานโลก และเรื่องที่มาที่ไปของสินค้าก็มีส่วนนำเสนอ เช่น กระเป๋ากระจูด ทำมาจากอะไร สีที่ย้อมผ้านำมาจากพืชอะไร เป็นต้น ทั้งนี้ ได้เชิญแฟชั่นเฮ้าส์ในฝรั่งเศสมาดูงานว่า จะประสานการพูดคุยได้อย่างไร โดยในเดือนพ.ค.นี้ จะจัดพบระหว่างนักธุรกิจไทยและฝรั่งเศส ที่กรุงปารีส และจะกลับมาพบกันอีกในเดือนก.ย. ที่ประเทศไทย

ขณะที่ประธานาธิบดีมาครง จะเดินทางเยือนประเทศไทยในปี 2568 ด้วย รวมถึงการแข่งขันรถใช้พลังงานพลังงานไฟฟ้าที่น่าจะได้เริ่มต้นที่ จ.เชียงใหม่ ในปี 2567 ทั้งหมดนี้ล้วนต้องใช้เวลา หากถามมาก็พร้อมจะตอบอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน