เศรษฐา ยินดีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ผ่านสภา หวัง วุฒิสภา เห็นชอบเพราะเป็นเรื่องที่ต่อสู้มาตลอด กลุ่ม LGBTQ โร่ขอบคุณนายกฯ บอกพร้อมแต่งงาน

เมื่อเวลา 17.15 น.วันที่ 27 มี.ค.2567 ที่สยามพารากอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงสภาผู้แทนราษฎร ผ่านความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ …) พ.ศ… หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ว่า ดี อยากให้ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาด้วย เพราะมีคนอยากจะแต่งงานกันเยอะไปหมด วันนี้ตนมาเดินที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ได้เห็นรอยยิ้มของกลุ่ม LGBTQ เยอะไปหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่สภาฯ ผ่านความเห็นชอบกฎหมายฉบับดังกล่าว หลายคนมองว่าไม่ใช่เป็นการให้สิทธิ์แต่เป็นการคืนสิทธิ์ให้กับกลุ่ม LGBTQ นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักการอยู่แล้ว รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อสักครู่นายกฯได้พูดคุยกับกลุ่ม LGBTQ ได้คุยอะไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ได้ถามเขาว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานเพราะมีหลายคู่ที่รอคอยการแต่งงาน เพราะเป็นเรื่องสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน

“อย่างผมหรือผู้สื่อข่าวที่เป็นผู้หญิง อยากจะแต่งงานพรุ่งนี้ก็แต่งได้ แต่ถ้าเป็นกลุ่ม LGBTQ อยากจะแต่งงานแต่ไม่สามารถแต่งได้ มันเป็นอะไรที่จำกัดสิทธิ์เขา แต่วันนี้ไม่ว่าจะเรียกว่าการให้สิทธิ์หรือคืนสิทธิ์ แต่ต้องให้เขา เป็นเรื่องที่เราไฟว์มาตลอด” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ นายกฯ เยี่ยมชมบูธขายสินค้าจากผ้าขาวม้า มีกลุ่ม LGBTQ เดินเข้ามาขอบคุณนายกฯ ที่กฎหมายสมรสเท่าเทียม ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ โดยนายกฯ ถามกลับว่า แต่งงานหรือยัง ทำให้คนดังกล่าวตอบกลับทันทีว่า “ถ้ากฎหมายผ่านพวกหนูแต่งเลยค่ะ”

จากนั้น นายเศรษฐา โพสต์ผ่านแอพพลิเคชั่น X ว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง วันนี้ ที่ประชุมสภาฯมีมติ “เห็นชอบ” ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมในวาระสาม พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปในขั้นวุฒิสภา ถือว่าความสำเร็จนี้เป็นความเห็นพ้องต้องกันของสังคมไทย ที่จะร่วมกันสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเพศสภาพและการสร้างครอบครัวอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่รัฐควรให้การรับรอง

“เริ่มต้นที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายผลักดันความเท่าเทียมทางเพศสภาพ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมเข้าสู่สภาฯในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ครั้งนี้ได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.ฉบับพรรคเพื่อไทย เสนอเข้าสู่สภาควบคู่กับร่างของครม.ของพรรคอื่น และของภาคประชาชน จนนำมาสู่ความสำเร็จในวันนี้

ตัวผมเองเมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ก็วางเป้าหมายสนับสนุนให้ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมผ่านครม. และผ่านความเห็นชอบของกฤษฎีกา จนนำเข้าสู่รัฐสภาให้ได้ ในขั้นตอนการยกร่าง พ.ร.บ.นั้น เราได้รับฟังความเห็นที่หลากหลาย เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม รวมทั้งการพิจารณากฎหมายแวดล้อมอื่น ๆ ประกอบด้วย

ผมจึงมีโอกาสทำงานร่วมกับหลายองค์กร ทั้งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เครือข่ายภาคประชาชน ใน LGBTQIA+ community และองค์กรเอกชนต่าง ๆ ที่ทำงานด้านนี้ จนทำให้ร่างของคณะรัฐมนตรีสำเร็จในปลายเดือน ต.ค.2566 ก่อนจะนำเข้าสภาฯและผ่านวาระแรกร่วมกับร่างอื่น ๆ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2566

การผ่านมติเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของสังคมไทย ที่ร่วมกันเดินไปสู่สังคมแห่งความเท่าเทียม และเคารพในความหลากหลาย

ภูมิใจครับ Our PRIDE! #สมรสเท่าเทียม”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน