วุฒิสภา รับหลักการร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม สว.ชงมาตรการคุ้มครอง จนท.ไม่รับจดทะเบียนที่ขัดหลักศาสนา-เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เสนอแต่งงานจากอายุ 18 ปีเป็น 20 ปี

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2567 ที่วุฒิสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่…) พ.ศ…หรือ สมรสเท่าเทียม ที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว วาระแรก ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 136 กำหนดให้วุฒิสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วันนับตั้งแต่ที่รับจากสภาฯ เมื่อ 29 มี.ค.

นายปัญญา งานเลิศ สว. ในฐานะประธานกรรมการศึกษาเนื้อหาร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ซึ่งศึกษาไว้ล่วงหน้า แถลงรายละเอียดว่า การแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว อาจกระทบต่อผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์และอิสลามที่ยึดปฏิบัติตามหลักคำสอนทางศาสนา

ดังนั้น ควรกำหนดหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต้องรับหน้าที่จดทะเบียนสมรสบุคคลเพศเดียวกัน ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักศาสนาและชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่รับจดทะเบียนเพศเดียวกัน ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ด้านน.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม สว. ในฐานะกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ กล่าวว่า ในรายละเอียดพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับ กฎหมายอื่นๆ อีก 47 ฉบับ หากร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม กำหนดให้แก้ไขโดยอัตโนมัติ อาจทำให้ไม่ครอบคลุม ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายอื่นๆ

ขณะเดียวกันการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีระยะเวลาใช้บังคับกฎหมายไว้ 180 วัน กมธ.มองว่าหากทอดเวลาอีกระยะ จะทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ละเอียดรอบคอบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายของ สว.นั้น เห็นด้วยในหลักการ และมีข้อเสนอให้ กมธ.วิสามัญฯ พิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม เช่น การเยียวยาผู้เสียสิทธิที่จะมีการคุ้มครองบุคคลที่ยึดถือตามหลักศาสนา รวมถึงคำนึงถึงค่านิยม สังคมยอมรับได้ เพื่อให้ร่างกฎหมายมีความยั่งยืน นอกจากนั้นมีข้อเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหา เช่น เห็นด้วยให้หมั้นอายุ 18 ปี แต่ให้ปรับอายุของบุคคลที่จะสมรส จาก 18 ปี เป็น 20 ปี เป็นต้น

ทั้งนี้ สว. ยังแสดงความกังวลต่อการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใน 180 วัน ในร่างมาตรา 68 ที่กำหนดให้หน่วยงานทบทวนร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ภายใน 180 วัน ซึ่งกังวลว่าอาจจะเป็นระเบิดเวลา และทำให้มีปัญหา เพราะไม่ใช่เกี่ยวกับชายและหญิงเท่านั้น แต่หมายถึงการสมรส

นอกจากนั้นในสิทธิรับบุตรบุญธรรม ที่ต้องคำนึงถึงวุฒิภาวะ ไม่ใช่บุคคลเพศเดียวกันที่สมรสกันในอายุ 18 ปีแล้วมีสิทธิรับบุตรบุญธรรมได้ รวมถึงการอุ้มบุญที่ควรพิจารณาให้รอบคอบ

หลังจากสว. อภิปรายเสร็จ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วย 147 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา 27 คน ประกอบด้วยสัดส่วนของ สว. ครม. และ ภาคประชาชน แปรญัตติ ภายใน 7 วัน ทั้งนี้ การพิจารณาวาระ 2 ของวุฒิสภานั้น จะเกิดขึ้นในการประชุมสมัยหน้า ในเดือนก.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน