ดนุพร แซะฝ่ายค้านไม่เคยบริหารประเทศเลยไม่เข้าใจ ติงท้วงทุกอย่างแต่ค้านทุกนโยบาย แนะซักฟอกอยู่ในกรอบ ลั่นนายกฯ ยังเป็นเศรษฐา จ่อแถลงเหตุผลที่ไม่ควรรอ 10 เดือน

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.67 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรค แถลงว่า ทางพรรคเน้นย้ำ สส.พรรคพท.ให้ร่วมประชุมสภาฯ ในสัปดาห์นี้ โดยจะมีการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ดังนั้นเราจึงให้ สส.พรรคพท.ไปร่วมเป็นองค์ประชุม และขอวิงวอนฝ่ายค้านอภิปรายให้อยู่ในกรอบของระเบียบของสภาฯ ทั้งนี้ เราเชื่อในความเป็นกลางของบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมสภาฯ ว่าจะบังคับใช้ข้อบังคับอย่างเคร่งครัดกรณีมีการอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก

นายดนุพร กล่าวว่า รัฐบาลที่นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ทำงานมาเพียง 7 เดือน โดยไม่มีงบประมาณบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งงบประมาณจะเริ่มใช้ได้คาดว่าประมาณปลายเดือน เม.ย. ซึ่งนายกฯ ทำงานหนักมาก ทำงานโดยไม่มีงบประมาณในการช่วยเหลือประชาชน แต่ลงพื้นที่เพื่อดูแลและรับฟังปัญหาของประชาชน เราเข้าใจความเป็นห่วงประชาชนของฝ่ายค้าน ซึ่งเราก็ห่วงไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านพรรคใหญ่ยังไม่เคยบริหารราชการแผ่นดินเลยสักครั้ง ดังนั้นต้องเข้าใจว่านำนโยบายที่หาเสียงไว้เพื่อนำมาสู่การปฏิบัตินั้น ต้องใช้งบประมาณ บางเรื่องต้องใช้เวลาในการแก้กฎหมาย ดังนั้นพรรคที่ไม่เคยบริหารราชการแผ่นดินเลยคงไม่เข้าใจ ไม่ได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ หรือกรณีโครงการดิจิทัล วอลเล็ตต้องมีกฎหมายรองรับ เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ถูกกฎหมาย เพราะเป็นโครงการที่ไม่เคยทำมาก่อน

“ยืนยันว่า 7 เดือนของรัฐบาลนายเศรษฐามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยราคายางพุ่งสูงถึง 90 บาทต่อ ก.ก.สูงสุดในรอบ 7 ปี ราคาข้าวสูงสุดในรอบ 16 ปี พุ่งสูงถึง 10500-11000 บาทต่อตัน โรดโชว์ 14 ประเทศคาดว่าจะนำเม็ดเงินเข้าประเทศได้ 558000 ล้านบาท ส่วนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายก็สามารถดำเนินการได้แล้ว และอยู่ระหว่างรอกฎหมายเพื่อจะได้ใช้ตั๋วร่วมทั้งระบบ รวมถึงโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งดำเนินการไปแล้ว 12 จังหวัด”

“ดังนั้นขอฝากไปถึงฝ่ายค้าน ท่านทวงทุกอย่างแต่ก็ค้านทุกนโยบาย ดังนั้นขอให้รอสักนิด เราเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน นี่เป็นเหตุผลที่เราไม่ทำตามที่ฝ่ายค้านขอให้รอ 10 เดือน เพราะนโยบายทั้งหมดคงจะไม่เกิดขึ้น” นายดนุพร กล่าว

นายดนุพร กล่าวอีกว่า พรรคพท.เตรียมแถลงผลงานว่าทำไมถึงไม่ควรรอถึง 10 เดือน นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลและนโยบายที่พรรคหาเสียงไว้ เรามีเวลา 4 ปีที่จะดำเนินการ ช้าเร็วก็แตกต่างไปตามบริบท ดังนั้นในการอภิปรายตามมาตรา 152 เมื่ออภิปรายเสร็จ นายกฯ คนที่ 30 ยังอยู่เหมือนเดิมคือนายเศรษฐา เราไม่มีนายกฯ ครึ่งเบอร์ ดังนั้นประชาชนไม่ต้องห่วง เพราะยังมีเวลาอีกสามปีกว่าที่จะทำให้นโยบายที่หาเสียงไว้เป็นจริงได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน