ไทยสร้างไทย ประชุมใหญ่ มีมติเห็นชอบตั้ง ‘สุดารัตน์’ นั่งหัวหน้า ดึงคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนพรรค ชูจุดยืนเป็นพรรคทางรอดประเทศ
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2567 ที่พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) จัดประชุมใหญ่ “ไทยสร้างไทย ก้าวต่อไปเพื่อคนตัวเล็ก” โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมด้วยสมาชิกพรรคกว่า 500 คน ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้าพรรค และนายชัชวาล แพทยาไทย เป็นเลขาธิการพรรค

รวมทั้งเลือกคนรุ่นใหม่เป็นรองหัวหน้าพรรค และรองเลขาธิการพรรค เช่น นายสมชาย เวสารัชตระกูล นายกิติ วงษ์กุหลาบ นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน เป็นรองหัวหน้าพรรค
นายนรุตม์ชัย บุนนาค นายรณกาจ ชินสำราญ นายณัฐวัฒน์ พอใช้ได้ นายภัทรดนัย ใหม่พระเนตร นายวรวุฒิ โตวิรัตน์ และนายรัตนมงคล เลิศทวีวิทย์ เป็นรองเลขาธิการพรรค
นายปริเยศ อังกูรกิตติ เป็นโฆษกพรรค นายภัชริ นิจสิริภัช เป็นเหรัญญิกพรรค และนายศรัณยู คงสวัสดิ์เกียรติ เป็นนายทะเบียนพรรค

คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ประกาศอุดมการณ์พรรค โดยเฉพาะการสร้างนโยบายเพื่อช่วยคนตัวเล็ก การมุ่งมั่นลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ โดยมีคนรุ่นใหญ่เป็นฐาน และมีคนรุ่นใหม่เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนพรรค
โดยพรรคจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ และก้าวต่อไปอย่างมั่นคง บนพื้นฐานของอุดมการณ์ประชาธิปไตย ซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญา ไม่ทรยศหักหลังประชาชน เชื่อว่าการเมืองในปัจจุบัน และในอนาคต แตกต่างจากในอดีต ที่การใช้อิทธิพล ระบบอำนาจนิยม รวมถึงการใช้เงินทองซื้อเสียง จะไม่สามารถชนะเลือกตั้งได้

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขอประกาศจุดยืนเป็นพรรคทางรอดประเทศไทย ด้วยแนวคิด Progressive Conservative โดยรักษาจุดแข็งของความเป็นชาติไทย ที่มีสถาบันหลักเป็นศูนย์รวมจิตใจ ต่อยอดด้วย ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน สร้างโอกาส และความเท่าเทียมให้คนไทย
ขจัดการคอร์รัปชั่น ซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญา ไม่หักหลังประชาชน ทุกนโยบายของพรรค มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน สร้างความเท่าเทียม
ทั้งนี้ กองทุนเครดิตเครดิตประชาชน มีหลักคิดต่างจากนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล ที่ใช้เงินมหาศาลถึง 500,000 ล้านบาท กลายเป็นภาระหนี้ชั่วลูกชั่วหลาน เพราะเงินมาจากการกู้ยืมธกส. และการจัดงบแบบขาดดุล ซึ่งก็คือการกู้เงิน
“โดยเฉพาะการไม่แจกเป็นเงินสด จะไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจหมุนเป็นพายุได้ เพราะคนจนจะไม่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง จะได้เพียงการซื้อข้าวของมาใช้เพียงชั่วคราว และสังคมยังมีข้อสงสัยเรื่องการทุจริตเชิงนโยบาย ว่าทำไมไม่แจกเป็นเงินสดอย่างตรงไปตรงมา” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
