ก้าวไกล ทำ “งบเงา” คู่ขนาน งบปี 68 เผื่อได้เป็นรัฐบาล จัด 30 ขุนพลชำแหละ ห่วงตัดงบกลางไปใช้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ชี้เสี่ยงผิดกฎหมาย หากถูกร้องภายหลัง

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2567 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งมาก่อนหน้านี้แล้ว จากการทำงานหลังบ้านในอนุกมธ.งบฯ ปี 68 จึงเตรียมความพร้อมตลอดเวลา และศึกษางบประมาณล่วงหน้าไว้ครึ่งทางแล้ว จากนี้มีเวลาอีกประมาณ 1 เดือน ที่อนุกมธ.จะสามารถเรียกข้อมูลจากฝ่ายบริหารในส่วนที่อยากได้ คือการเพิ่มงบประมาณ โดยเฉพาะตัวเลขตามพ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะที่ผ่านมาจะทราบก่อนเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น จึงจะขอให้ได้เร็วที่สุด

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการทำงานของกมธ.ติดตามงบประมาณฯ จะศึกษาการจัดทำงบประมาณ โดยเฉพาะการจัดทำงบประมาณปี 68 เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลจัดทำ 100% เช่น งบที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเตือนภัยที่ซ้ำซ้อนกัน ระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งกมธ.ทำความเห็นส่งไปยังรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว หากไม่มีการแก้ไขก็จะถือว่ารัฐบาลบกพร่อง ฝ่ายค้านก็จะอภิปรายเต็มที่

เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายของพรรคก้าวไกล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุมภายในพรรค คาดว่าจะมีผู้ขออภิปรายประมาณ 20-30 คน ซึ่งขึ้นอยู่วิป 3 ฝ่ายจะจัดสรรเวลา

“เวทีอภิปรายงบประมาณปี 2568 เป็นเวทีที่พรรคก้าวไกลได้เตรียมความพร้อมกรณีในอนาคตอาจได้เป็นรัฐบาล โดยได้จัดทำงบประมาณเงา หรืองบเงา ที่ลงไปทำการบ้าน เพื่อดูรายละเอียดงบประมาณของแต่ละหน่วยงานที่เสนอมา หากพบว่าไม่จำเป็น ในฐานะฝ่ายบริหารก็ควรจะต้องตัดออก เพื่อจัดสรรให้ส่วนที่จำเป็น และตอบสนองตอบปัญหาของประเทศมากกว่า” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวยอมรับว่า กังวลในส่วนงบกลางของงบประมาณปี 68 ที่จะถูกนำไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งได้มีข้อสังเกตส่งกลับไปยังหน่วยงานแล้วว่า มีการตีความบิดเบือนทางกฎหมาย เพราะตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ระบุไว้ชัดเจนว่าสัดส่วนงบลงทุนต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 และต้องไม่ต่ำกว่าส่วนที่ชดเชยการขาดดุล แต่พอมีการปิดงบปี 68 เพื่อนำไปทำในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จำนวน 150,000 ล้านบาท กลับมีการระบุว่างบดังกล่าว เป็นงบลงทุนจำนวน 80%

“จึงขอตั้งคำถามกลับไปยังรัฐบาลว่า รู้ได้อย่างไรว่าประชาชนจะนำเงิน 10,000 บาทดังกล่าวไปใช้ในการลงทุน หรือใช้ในรายจ่ายประจำ เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลเดินหน้าต่อแบบนี้ โดยปราศจากการออกมาทำความชัดเจนให้เกิดขึ้น ก็เสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมาย หากมีคนไปร้องในภายหลัง” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามถึงสิ่งที่พรรคก้าวไกลจะจับตาในการจัดสรรงบประมาณปี 68 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นปัญหาที่เคยได้ยินมาอยู่แล้วทุกปี แต่ปีนี้อาจจะมีความพิเศษคือ งบประมาณโครงการดิจิทัลวอลเล็ต รวมถึงงบประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ที่รัฐบาลนำงบหลวงมาใช้โปรโมตตัวเอง ซึ่งปัจจุบันปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ขณะที่การจัดทำงบเงาของพรรคก้าวไกล จะเป็นการศึกษารายละเอียดงบที่ไม่จำเป็นว่าควรนำไปทำอะไรที่จำเป็นมากกว่าด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน