เฉลิมชัย ลั่น ประเทศไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ หลังสถานการณ์รัฐบาลโดนรุมเร้าหนัก ยัน ปชป.ก็เลือก ไม่ใช่อยากเป็นรัฐบาลอย่างเดียว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 พ.ค.2567 ที่รัฐสภา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้พูดคุยกับประชาชนและผู้นำศาสนา รวมถึงอีกหลากหลายกลุ่ม ตนยืนยันคำเดิมว่า มั่นใจว่าประชาธิปัตย์จะได้สส.มากกว่าโพลที่ออกมา
เมื่อถามว่าเป็นการลงพื้นที่ที่มั่นใจก่อนหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ตนจะไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่เริ่มลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และสงขลาก่อน หลังจากนี้จะไปจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ รวมถึงภาคกลาง ภาคอีสานและภาคเหนือด้วย และตนไปพื้นที่ไหนก็ต้องมั่นใจว่าจะสู้ได้
ต่อข้อถามถึงสถานการณ์การเมืองหลังจากนายกรัฐมนตรี ถูก 40 สว.ร้องศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนออกจากตำแหน่ง นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ต้องรอคำพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญ อย่าไปคาดเดาล่วงหน้า หากสมมติว่าเป็นไปในทางร้าย ก็คงจะพูดคุยกันใหม่ในรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นไปในทางที่ดี ก็อยู่ที่ผู้บริหารว่าจะตัดสินใจอย่างไร
นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้องในคดีมาตรา 112 นั้น ก็เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีอะไรแปลก เมื่อถามย้ำว่ากรณีนายทักษิณ จะเป็นบรรทัดฐาน ดำเนินคดีมาตรา 112 สำหรับบุคคลอื่นด้วยหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า นายทักษิณถูกสั่งฟ้องจากอัยการสูงสุดก่อนเดินทางเข้าประเทศ โดยธรรมเนียมปฏิบัติและวิธีการต่างๆ ตนคาดการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นว่าอัยการสูงสุดคนปัจจุบันจะต้องสั่งฟ้อง เพราะท่านไม่พลิกคำวินิจฉัยของอัยการสูงสุดท่านก่อนหน้า เพราะเป็นเรื่องหลักกฎหมาย แต่ผลจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่ศาลวินิจฉัย
เมื่อถามว่าในสถานการณ์ตอนนี้มีการประเมินหรือจะมีปัจจัยอะไรที่ต้องเปลี่ยนรัฐบาล หรือ มีการจับขั้วจับมือใหม่หรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ประเทศไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อถามย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมจับมือกับทุกพรรค หรือเลือกเฉพาะพรรค นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่ เราก็เลือก อย่าคิดว่าเราอยากเป็นรัฐบาลอย่างเดียว ไม่ใช่
ตนอยากฝากบอกประชาชน และนักวิเคราะห์ข่าวทั้งหลายว่า ให้เลิกคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคสำรองได้แล้ว แต่การเป็นพรรคการเมือง ต้องพร้อมทั้งเป็นรัฐบาลและเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีพรรคไหนที่ประกาศออกมาแล้วจะต้องเป็นรัฐบาลอย่างเดียวแล้วได้เป็น หรือตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นฝ่ายค้านอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย ในโลกก็ไม่มี
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคก้าวไกลกับประชาธิปัตย์ยังทำงานผนึกกันแน่นหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า วันนี้เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านด้วยกัน แต่การทำงานอื่นๆ อยู่ที่อุดมการณ์ ส่วนไหนที่ไปด้วยกันได้ เราก็ทำงานร่วมกันได้กับได้ทุกพรรค ส่วนไหนที่ไปกันไม่ได้ เราก็ทำงานกันไม่ได้
สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ในวันที่ 19-21 มิ.ย. นายเฉลิมชัย กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านพูดคุยกันแล้ว คนที่จะเป็นกรรมาธิการงบประมาณก็ต้องมีหน้าที่อยู่ประชุมตลอด ต้องไม่ติดภารกิจ ต้องมีความรู้และมีเวลาจริงๆ