ศาล รธน.เสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 รับคำร้อง ชี้ขาดปม 3 มาตราในพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. ส่อขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ยังไม่สั่งคุ้มครองชั่วคราว เหตุยังปรากฏความเสียหายร้ายแรง ขีดเส้น 5 วัน สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งความเห็น
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดีที่น่าสนใจของประชาชน เรื่องพิจารณาที่ 19/2567 และเรื่องพิจารณาที่ 20/2567 ว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่
โดยกรณีศาลปกครองกลางส่งคำโต้แย้งผู้ฟ้องคดี (น.ส.วิเตือน งามปลั่ง) ในคดีหมายเลขดำที่ 899/2567 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา 212 ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 19/2567)
รวมถึงกรณีศาลปกครองกลางส่งคำโต้แย้งของผู้ฟ้องคดีทั้งห้า (นายฤทธิชัย ศรีเมือง ที่ 1 ผู้สมัครรับเลือก สว.ประจำอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช นายเฉลิมชัย ผู้พัฒน์ ที่ 2 ผู้สมัครรับเลือกเป็นสว. ประจำอำเภอบ้านหมอ จ.สระบุรี นายสิทธิชัย ผู้พัฒน์ ที่ 3 ผู้สมัคร รับเลือกเป็นสว.ประจำอำเภอค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี นายจำนอง บุญเลิศฟ้า ที่ 4 ผู้สมัครรับเลือกเป็น สว.ประจำอำเภอบ้านคา จ.ราชบุรี และนายสากล พืชนุกูล ที่ 5 ผู้สมัครรับเลือกเป็นสว.ประจำอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช)
ในคดีหมายเลขดำที่ 812/2567 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา 212 ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 20/2563)
ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เนื้อหาคำโต้แย้งของผู้ฟ้องคดีทั้ง 2 คดี เป็นกรณีโต้แย้งว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 บทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติ ที่ศาลปกครองกลางจะใช้บังคับแก่คดี เมื่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองคดีโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 วรรคหนึ่ง

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก (8 ต่อ 1) (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย คือนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม) มีคำสั่งรับคำร้องทั้งสองไว้พิจารณาวินิจฉัยเฉพาะประเด็นว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. มาตรา 36 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (3) และมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (3) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่ โดยรวมการพิจารณาทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน
และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่ ศาลกำหนดและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 5 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
อนึ่ง ผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งมาตรการหรือวิธีการใดๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่ายังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง อีกทั้งหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่าจะเกิดความเสียหายดังกล่าว ย่อมมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการได้ตามรัฐธรรมนูญและพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.
ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่กำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 มาตรา 36 บัญญัติว่า ผู้สมัครอาจแนะนําตัวได้ตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนดบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้สมัคร จะช่วยเหลือผู้สมัครในการแนะนําตัว ต้องปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง
มาตรา 40 การเลือกระดับอําเภอ ให้ดําเนินการ ดังต่อไปนี้ (3) ให้ผู้สมัครแต่ละกลุ่มลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกินสองคน โดยจะลงคะแนน เลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได้
มาตรา 41 การเลือกระดับจังหวัด ให้ดําเนินการ ดังต่อไปนี้ (3) ให้ผู้ได้รับเลือกระดับอําเภอแต่ละกลุ่มลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกินสองคน โดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได้
มาตรา 42 การเลือกระดับประเทศ ให้ดําเนินการ ดังต่อไปนี้ (3) ให้ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดแต่ละกลุ่มลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกินสิบคน โดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได้