สภา มีมติเอกฉันท์ รับหลักการ ร่างกม.ประชามติ 4 ฉบับ ก้าวไกล ส่ง ‘ปิยบุตร’ ร่วมเป็นกมธ. พริษฐ์ จ่อเสนอญัตติถกคำถามประชามติ แก้รธน.
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 18 มิ.ย.2567 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาสมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่)พ.ศ….จำนวน 4 ฉบับ คือ ของคณะรัฐมนตรี(ครม.) พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคภูมิไจไทย โดยจะพิจารณารวมทั้ง 4 ฉบับ เนื่องจากมีเนื้อหาในทำนองเดียวกัน
โดยเปิดให้สส.แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างอภิปรายแสดงความเห็นด้วยกับการแก้ไขขั้นตอนการทำประชามติ ให้มีหลักเกณฑ์ที่ผ่านการทำประชามติง่ายขึ้น ไม่ต้องยึดเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่ง 2 ชั้น
โดยมองว่า หลักเกณฑ์เดิมที่ใช้อยู่ เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติในการผ่านประชามติ เนื่องจากการออกเสียงประชามติ เป็นเพียงการสอบถามความเห็นประชาชนในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง บางประเด็นอาจไม่ได้อยู่ในความสนใจของประชาชนโดยทั่วไป จึงไม่ออกมาใช้สิทธิ
จึงไม่ควรนำจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงมามีผลต่อการออกเสียง รวมถึงเสนอให้เพิ่มรูปแบบการทำประชามติในแบบอื่นๆเช่น ไปรษณีย์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากช่องทางการใช้บัตรลงคะแนน โดยให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เป็นผู้ออกแบบระบบ เพื่อป้องกันการทุจริต
ขณะที่สส.บางส่วนเห็นด้วย ให้สามารถทำประชามติได้ในวันเดียวกับการเลือกตั้งสส. หรือวันเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อประหยัดงบประมาณ และสนับสนุนการแก้ไขดังกล่าวที่มีผู้เสนอต่อสภาฯ รวม 4 ฉบับ พร้อมเสนอแนะความเห็นที่สำคัญ คือ การแก้ไขกฎหมายเพื่อนำไปสู่การปลดล็อกเงื่อนไขที่ทำให้ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยง่าย
นอกจากนั้นยังอภิปรายถึงการตั้งคำถามประชามติที่รัฐบาลกำหนดโดยมีเงื่อนไข ไม่ให้แก้ไขหมวด1 และหมวด2 ว่า เป็นประเด็นที่ควรทบทวน เพื่อให้เกิดคำถามประชามติที่เข้าใจง่ายและประชาชนไม่สับสน โดยควรเป็นคำถามเพียงชั้นเดียว ไม่มีลักษณะเป็นคำถามพ่วง เป็นต้น
ทั้งนี้ ในการอภิปรายสรุป นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การแก้ไขเกี่ยวกับการใช้เสียงผ่านประชามติ ควรใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้นพรรคเพื่อไทยเสนอตรงไปตรงมา ในกรณีเสียงข้างมาก 2 ชั้นเป็นกติกาที่ผู้ไม่เห็นด้วยรวมกับผู้ไม่มาออกเสียงลงคะแนนเป็นเสียงข้างมากและชนะผู้ที่ลงคะแนนเห็นชอบ ทั้งนี้สอดคล้องกับฉบับของรัฐบาล และไม่ต่างจากพรรคก้าวไกล
นอกจากนั้นยังแก้ไขเกี่ยวกับการรณรงค์เรื่องที่ออกเสียงให้ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนที่นำไปสู่การลงประชามติในเรื่องใดๆ เพราะเข้าใจผิด
“เป็นความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ต่อการแก้มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) และไม่ให้พ.ร.บ.ประชามติขัดขวางการแก้ไข ดังนั้น ด้วยหลักเกณฑ์ที่ตรงไปตรงมาคือ รัฐธรรมนูญฉบับแม่ทำประชามติด้วยหลักเกณฑ์อย่างไร ประชามติที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายประชามติ ต้องเป็นไปหลักเกณฑ์เดียวกัน การแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญไม่ถูกยับยั้งหรือขัดขวาง แต่หากไม่แก้ไขให้ถูกต้อง การทำประชามติที่เกิดขึ้น อาจทำให้ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อีกยาวนาน เพราะจะสรุปว่าประชาชนทั่วประเทศไม่เห็นด้วย” นายจาตุรนต์ กล่าว
ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายสรุปว่า ในการอภิปรายยของ สส. พบว่ามีการตั้งคำถามถึงการออกแบบคำถามประชามติ ซึ่งไม่เกี่ยวและอยู่ในเนื้อหาของร่างแก้ไขพ.ร.บ.ประชามติ ดังนั้นพรรคก้าวไกลจะรวบรวมสส. เพื่อเสนอญัตติเพื่อถกเถียงถึงข้อเสนอคำถามประชามติเพื่อให้เป็นเวทีที่นำไปสู่การตั้งคำถามที่เหมาะสม หลังจากที่ พ.ร.บ.ประชามติฉบับแก้ไขแล้วเสร็จ
หลังจากที่ประชุมอภิปรายเสร็จ ซึ่งใช้เวลา เกือบ 5 ชั่วโมง ได้ลงมติรับหลักการวาระแรก ด้วยเสียงเห็นชอบเอกฉันท์ 451 เสียง งดออกเสียง 1 คน จากนั้นได้เสนอตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญ 31 คน แปรญัตติ 15 วัน โดยใช้ร่างของครม.เป็นหลัก
ด้านนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ตัวแทนครม. กล่าวขอบคุณสภาฯ ที่รับหลักการ และเชื่อว่าจะสร้างระบอบประชาธิปไตยไทยมั่นคงและเข้มแข็ง
สำหรับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … จำนวน 31 คน แบ่งตามสัดส่วนดังนี้ คณะรัฐมนตรี 7 คน 1.นายนิกร จำนง 2. นายวุฒิสาร ตันไชย 3. นายชัยเกษม นิติสิริ 4.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ 5. ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร 6. น.ส.อุดมลักษณ์ บุญสว่าง 7. นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย
พรรคก้าวไกล 7 คน 1. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ 2. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม 3. นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ 4. นายถวิล ไพรสณฑ์ 5. นายกฤต แสงสุรินทร์ 6.นายปกป้อง จันวิทย์ 7.นายปิยบุตร แสงกนกกุล
พรรคเพื่อไทย 7 คน 1. นายชูศักดิ์ ศิรินิล 2.นายจาตุรนต์ ฉายแสง 3.นายนิคม บุญวิเศษ 4.นายยุทธพร อิสรชัย 5. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ 6.นายกฤช เอื้อวงศ์ 7.นายเอกชัย ไชยนุวัติ
พรรคภูมิใจไทย 3 คน 1. นายศุภชัย ใจสมุทร 2. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล 3. น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช พรรคพลังประชารัฐ 2 คน นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ และนางศรัณยา สุวรรณพรหม
พรรครามไทยสร้างชาติ 2 คน นายวิทยา แก้วภราดัย และนายเจือ ราชสีห์ พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน คือ ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน นางปียะนาถ รอดมุ้ย พรรคประชาชาติ 1 คน นายวรวิทย์ บารู