“ณัฏฐ์ชนน” สงสัย งบปี 68 มหาดไทย โดนตัด 5 หมื่นล้าน ชี้ โจทย์ใหญ่รัฐบาลฟื้นเศรษฐกิจ พ้อภาคใต้ สร้างรายได้ให้ประเทศ แต่ธุรกิจเจ๊งหมด ฝากนายกฯ อย่าลืมรากหญ้า
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท เป็นวันแรก
เวลา 12.45 น. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 68 ว่า มีคำถามว่าถ้าหากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ ใครจะรับผิดชอบ 1.นายกฯ ต้องพ้นจากตำแหน่ง 2.นายกฯ ประกาศยุบสภา สส. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นจากตำแหน่ง 3.หน่วยงานต่างๆ ไม่มีงบใช้จ่ายปี 68 และ 4.เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไม่สามารถเดินหน้าได้
ตนจึงอยากถามว่า ผอ.สำนักงบประมาณ จะรับผิดชอบอะไรบ้าง ตำแหน่งเลขากรรมาธิการงบประมาณฯ ไม่กล้าเป็นเลขา เพราะกลัวติดคุก นี่คือสิ่งที่ตนคาใจทุกครั้งในการอภิปราย ตกลงใครมีอำนาจ สภาฯ นายกฯ รัฐมนตรี หรือสำนักงบประมาณ
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า งบปี 68 รัฐบาลเศรษฐา ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ไม่เหมือนงบประมาณ ปี 67 ที่มาจากรัฐบาลชุดเก่า งบประมาณปี 68 ให้ความสำคัญกับนโยบายของรัฐบาล 142 ประเด็น คำนึงถึงวิสัยทัศน์ประเทศไทย 8 ศูนย์กลาง 6 ฐานราก ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ว่าด้วยความมั่นคงและแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงจะมีกรอบต่างๆ มากมาย ตัวกำหนดในเรื่องของงบประมาณ ไม่ใช่นายกฯ หรือครม.จะสามารถจัดสรรงบประมาณได้ตามใจชอบ
มีการตั้งข้อสังเกต 2 ประเด็น 1.กระทรวงใหญ่ได้รับงบประมาณมาก แต่ส่งกำไรคืนน้อย แต่กระทรวงเล็กๆ และหน่วยงานเล็กๆ ของรัฐบาล ได้รับงบประมาณน้อยนิด แต่ส่งรายได้คืนคลังมาก 2.งบรัฐพาณิชย์คือหน่วยงานที่กระทรวงการคลังไปมีหุ้นส่วนด้วย หรือกระทรวงการคลังไปถือหุ้น ปรากฏว่ามีรายได้ 167,500 ล้านบาท ที่ได้จากกองสลาก 50,000 ล้านบาท ส่วนงบรายได้อื่นๆ เข้ารัฐทั้งหมด
จึงขอฝากถึงนายกฯ ว่า ตนมาจากต่างจังหวัด นายกฯ อย่าลืมรากหญ้า อย่าลืมพื้นฐานของประเทศ คือ ภาคเกษตรกร จำนวน 25 ล้านคน 40% นี่คือแหล่งรองรับตลาดแรงงานในภาคเกษตรให้กับรัฐบาล การดูแลสินค้าเกษตร ไม่ว่าข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา ปาล์ม ทุเรียน และผลไม้อื่นๆ ให้เกษตรกรมีกำไร ดังนั้น รัฐบาลต้องทำให้ภาคการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น
“โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลคือการฟื้นภาวะเศรษฐกิจ งบประมาณประจำปีคือหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นเครื่องมือของรัฐบาล ตัวอย่างภาคใต้บ้านผม สร้างรายได้ให้กับประเทศ ที่ตอนนี้เจ๊งหมด ยางพารา 3 โล 100 ที่ทำให้ความมั่นคงของคนภาคใต้หายไป วันไหนตกต่ำรัฐบาลเดือดร้อน วันไหนมีกำไรรัฐบาลได้รายได้เพิ่ม และโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจหลักให้กับประเทศและรัฐบาล” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า ขอพาดพิงไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กระทรวงมหาดไทยเงินหายไป 50,000 ล้านบาท แต่ไม่โวยวาย เพราะเข้าใจงบดุลของประเทศลดลง มีกฎหมายกระจายอำนาจกระจาย หน่วยงานท้องถิ่นสามารถของบตรงกับสำนักงบประมาณได้ แต่ภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าปัญหายาเสพติด สถานบันเทิง การแก้หนี้ การทำตามนโยบายของรัฐบาล และดำริของนายกฯ
ทั้งนี้ นายกฯ คงพิจารณางบสนับสนุนภารกิจของกระทรวงมหาดไทยตามความเหมาะสม ตนไม่รู้จะช่วยหัวหน้าพรรคตนอย่างไร ขอเป็นกำลังใจให้ท่าน อย่าน้อยใจ นายกฯ ดูอยู่ ท่านคงไม่ใจดำจัดสรรงบกลางให้กับมหาดไทยในอนาคต
ส่วนกระทรวงการอุมดมศึกษาฯ ได้งบประมาณ 132,000 ล้านบาท มีคนมาร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม โครงการสำคัญโดนตัดงบประมาณจากครม. ก่อนที่จะเข้าสู่สภาฯ ส่วนของกระทรวงแรงงาน งบปี 68 จำนวน 67,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,600 ล้านบาท รมว.แรงงาน ต้องการให้หลุดพ้นจากคำว่าแรงงานขั้นต่ำ สิ่งที่กระทรวงดำเนินการคือการเพิ่มทักษะให้กับแรงงาน
สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ งบปี 68 มีจำนวน 340,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,000 ล้านบาท ปัญหาสังคมไทยซับซ้อนหลายมิติ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ พรรคภูมิใจไทยมองว่าการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาในหลายยุคหลายสมัยยังไม่คืบหน้า ไม่ตอบโจทย์ ผลของการปฏิรูปการศึกษาต้องแก้ปัญหาในทุกมิติมากกว่านี้ ทั้งนี้ ตนสนับสนุนให้งบปี 68 ผ่านวาระที่หนึ่ง หวังว่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชน