“ภูมิธรรม” แจ้ง สั่งองค์การคลังสินค้าตรวจสอบภายใน 7 วันหลังเกิดข้อสงสัยบริษัท V8 ประมูลข้าวได้เป็นนอมินีรัฐบาล ชี้ หากผิดทีโออาร์ให้เรียกลำดับ สอง-สาม ขึ้นมา
25 มิ.ย.2567 – ที่ทำเนียยรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัทประมูลข้าว หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่าหนึ่งในบริษัทที่ร่วมประมูลเป็นนอมินี ว่า

เรื่องข้าวมีดราม่ามาตลอด เรื่องนี้ตนพยายามจะระบายข้าวทั้งสองกองในครั้งเดียว จึงตั้งทีโออาร์ขึ้นมาเพื่อให้เกิดการประมูลยกกอง และผู้ได้คะแนนสูงสุดให้ราคาที่ 19.073 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการต่อรอง
แต่เกิดข้อสงสัยจากสื่อหลายสังกัดว่าผู้ที่ประมูลได้เป็นนอมินี และไม่น่าเชื่อถือว่าจะทำได้ คือ บริษัท วีเอท อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด (V8) มีทุนจดทะเบียนเมื่อปี 2563 เพียง 2 ล้านบาท และงบการเงินหมุนเวียนแต่ละปีประมาณ 1 ล้านบาท และยังมีหนี้สะสมอีก 13 ล้านบาท จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินกิจการขณะนี้แล้วมากู้เงิน 285 ล้านบาท จึงเกิดข้อสงสัย ว่ารัฐบาลกำลังเล่นละครเป็นลักษณะเพื่อไทยการละคร สร้างนอมินีให้เข้ามาดำเนินการ
นายภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อมีการตั้งข้อสังเกต แม้ตนจะไม่ได้สนใจเรื่องอื่น ต้องการเพียงขายข้าวให้ได้เพื่อปิดตำนาน แต่เมื่อเกิดข้อสงสัย เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.จึงสั่งการและทำจดหมายถึงผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า เพื่อตรวจสอบประเด็นข่าวดังกล่าว
ให้เกิดข้อชัดเจนและสิ้นข้อสงสัยว่า บริษัท V8 ไม่ได้เป็นนอมินีของใคร มีความสามารถ ไม่ทิ้งข้าวกลางคัน โดยขอให้ดูตามข้อกฎหมายและทีโออาร์ โดยขอให้ชะลอและรอเวลา 7 วันเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่มีอะไรต่างไปจากทีโออาร์ ที่กำหนดราคา 19.073 บาท ก็เป็นที่น่าพอใจเพราะที่ผ่านมาเคยขายได้ 5 บาท
“การทำตรงนี้ก็เพื่อให้เกิดความโปร่งใส หายข้อคลางแคลงใจ โดยเฉพาะจากที่ตั้งข้อสังเกตให้เห็นภาพชัดเจนว่า ไม่มีปัญหา แต่ถ้าพบว่าเป็นนอมินีจริง เพราะเบื้องต้นได้ทราบข่าวมีบริษัทหนึ่งอยู่แถวจังหวัดกำแพงเพชร กับกรรมการของบริษัท V8 มีส่วนที่ทับซ้อนกัน สถานที่ตั้งบริษัทก็อยู่ในที่เดียวกัน ที่เคยส่งออกมันสำปะหลัง แต่ไม่เคยส่งออกข้าว หรือส่งแค่จำนวนน้อย แต่ติดแบล็คลิสต์ขององค์การคลังสินค้า
จึงขอให้ไปตรวจสอบว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทุกอย่างต้องมีกฎหมายหลักฐานชัดเจน ถ้าหากเป็นจริงก็อาจกลับมาพิจารณาในส่วนของกรรมการเรื่องการต่อรองราคา และการประมูลข้าว แต่ถ้าจะมีการเปลี่ยนเข้าใจว่าทางทีโออาร์ต้องไปเรียกผู้ประมูลลำดับสอง หรือถ้าไม่ได้ก็เป็นลำดับสาม”
นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นการพิสูจน์ในเรื่องนี้คือ ข้าวยังมีราคา ถ้าข้าวเน่าคงไม่มีใครมาแย่งประมูล ยืนยันว่าข้าวดีแน่นอนเพราะทุกคนอยากได้ ทั้งนี้ ใครจะได้ไปเราไม่สนใจ เพราะเราอยากได้ราคาข้าวที่ดี แต่เมื่อมีข้อสงสัยก็ต้องทำให้สิ้นข้อสงสัย ไม่มีอะไรที่เราต้องไปขัดขวาง เพราะเราอยากขายข้าว เพียงแต่ช่วงนี้อาจต้องชะลอการประกาศผู้ได้รับการประมูล