เลขา กกต. แฉมี 20 โรงแรมที่ผู้สมัครสว.นัดพบ ชี้มีจัดเลี้ยง ผิดกม.แน่นอน จ่อรวบรวมหลักฐาน ส่งศาล หากผิดจริง สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ บัญชีสำรอง นำชื่อออกทันที
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 26 มิ.ย.2567 ที่บริเวณศูนย์ Press Center ศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรั่ม อาคาร 4 เมืองทองธานี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า จากผู้สมัคร สว.ระดับประเทศทั้งหมด 2,995 คน โดนตัดสิทธิ์ 6 คน เหลือ 2,989 คน
โดยรอบแรก เป็นการเลือกกันเองใน 20 กลุ่ม ซึ่งผ่านไปด้วยดี แม้ต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากในการขานคะแนนที่ช้า เพื่อให้มีความชัดเจน ขณะที่ช่วงบ่ายจำนวนผู้สมัครสว. ลดลงเหลือ 800 คน ในแต่ละกลุ่มเหลือกลุ่มละ 40 คน และลงเพียง 5 สิทธิ์ ในการลงคะแนน คาดว่าจะเสร็จประมาณ 20.00 น.
ส่วนการทักท้วงเป็นไปตามสิทธิของผู้สมัครสว.ทุกคน และส่วนใหญ่เป็นการทักท้วงหลังทราบคะแนนแล้ว ไม่ได้ทักท้วงระหว่างการนับคะแนนหรือขีดคะแนน
ผู้สื่อข่าวถามว่ากล้องวงจรปิดที่มีการถ่ายทอดกลุ่มละ 4 กล้อง แต่เมื่อเชื่อมต่อออกมาด้านนอก ทำไมภาพสลับไปมา และไม่มีเสียง ทำให้ไม่เห็นภาพรวมทั้งหมด นายแสวง กล่าวว่า กล้องวงจรปิดมีไว้เพื่อคุ้มครองผู้สมัครและเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝั่ง เช่น ช่วงการนับคะแนน ที่กล้องมีทั้งภาพและเสียง โดยกล้องวงจรปิด 4 ตัว
เราตั้งใจติดไว้เพื่อให้เห็นว่า นอกจากจะบันทึกเหตุการณ์แล้ว เรายังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หากมีการฟ้องร้องสามารถแสดงหลักฐานต่อศาล ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง นอกจากนี้ยังมีผู้สังเกตการณ์อีก 154 คน หากเกิดเหตุอะไรก็ทักท้วงได้
เมื่อถามถึงการแต่งกายของผู้สมัครสว. ที่มีลักษณะคล้ายกัน มีการนัดกันหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า คนแต่งกายก็เหมือนวันสมัคร บางคนก็มาจากหมู่บ้านเดียวกัน บริษัทเดียวกัน หรือใส่ชุดเหมือนกัน ยังไม่ได้มีความผิดอะไร
แต่หากจะผิดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เช่น เรื่องการพบกันโรงแรม ที่มีเกือบ 20 โรงแรม ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ว่า ใครเป็นคนจองโรงแรม ใครสั่งอาหาร ใครประสานงาน ใครลงทะเบียน เราต้องไปประสานกับทางโรงแรม และคิดว่าโรงแรมคงไม่บิดเบือนข้อมูล ซึ่งมีทั้งการให้เงินและการจัดเลี้ยง ซึ่งกฎหมายห้ามไว้ ถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว
โดยเราต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน ซึ่งมาตรา 60 ระบุว่า เมื่อประกาศผลเลือกตั้งไปแล้ว หากผู้สมัครหรือผู้ใดทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เราต้องส่งศาลฎีกา ถ้าศาลรับคำคัดค้าน สว.ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเป็นบัญชีสำรองก็ต้องนำรายชื่อออก