พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ปราศรัยในศูนย์ประชุมยูเอ็น ป้องกันการอุ้มหาย เผย รัฐบาลตระหนักดีว่าความยุติธรรมมีความสำคัญยิ่ง สำหรับการอยู่รวมกันเป็นสังคมและประเทศชาติ
เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่ห้องประชุม 2 ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กทม. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวงานเปิดตัวการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคน จากการบังคับให้หายสาบสูญ “ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาอุ้มหาย : หนทางสู่การขจัดการอุ้มหาย”
โดยมีนายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย นางซินเทียร์ เวลิโก้ ผู้แทนระดับภูมิภาค สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศาสตราจารย์กิตติคุณวิทิต มันตาภรณ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้รายงานพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกคณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการหายสาบสูญโดยถูกบังคับหรือไม่สมัครใจ ร่วมพิธีเปิด
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ หรือเรียกสั้นๆว่า อนุสัญญาอุ้มหาย ภายหลังจากที่ได้ลงนามรับรองอนุสัญญาฯ มาตั้งแต่ปี 2555 เนื่องจากประเทศไทยได้ประกาศใช้พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 2566 ส่งผลให้อนุสัญญาอุ้มหาย มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. 2567 เป็นต้นมา
ตรงกับหลักการที่ว่า “การป้องกันอาชญากรรมย่อมดีกว่าการลงโทษอาชญากร” หรือคติพจน์ที่ว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เป็นเป้าประสงค์สุดยอดของฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องจำแนกระหว่างสิ่งดีกับสิ่งเลวร้ายในชีวิต เป็นการใช้ศิลปะในการนำปวงชนไปสู่ประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้และมุ่งหลีกเลี่ยงทุกขเวทนาให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ความสำเร็จจนเกิดพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จากการที่ทุกภาคส่วนรวมทั้งกระทรวงยุติธรรมผลักดันร่วมกับผลักดันมากว่า 15 ปี การประกาศใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ได้นำหลักการตามอนุสัญญาฯ มาบัญญัติไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดฐานความผิดและระวางโทษแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำให้บุคคลสูญหาย การกำหนดมาตรการป้องกันโดยการบันทึกภาพและเสียง การจัดทำบันทึกข้อมูลผู้ควบคุมตัว การประกันสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลผู้ถูกควบคุมตัว และสิทธิในการได้รับการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและครอบครัว
รวมถึงสิทธิที่จะได้รู้ความจริงโดยการกำหนดให้มีการสืบสวนจนกว่าจะพบบุคคลซึ่งถูกกระทำให้สูญหาย ทราบพฤติการณ์การกระทำความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิดด้วย เพื่อให้การคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการอุ้มหายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าความยุติธรรมมีความสำคัญยิ่งสำหรับการอยู่รวมกันเป็นสังคมและประเทศชาติ การที่มีบุคคลเพียงหนึ่งคนถูกบังคับให้หายสาบสูญ ย่อมทำให้กระบวนการยุติธรรมของทั้งประเทศต้องสั่นคลอน ประชาชนขาดความเชื่อมั่น และทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก รัฐบาลไม่อาจยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นได้
” จึงขอให้ความเชื่อมั่นว่ากระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการอย่างสุดความสามารถ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ผ่านทางกลไกทางกฎหมาย การดำเนินนโยบาย และการปฏิบัติให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม และทำให้ประเทศไทยปราศจากการอุ้มหาย ”




