รมว.เกษตรฯ เดินหน้า ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ หวังยกระดับราคาข้าวเกษตรกร ยันไม่โละทิ้งโครงการไร่ละ 1,000 บาท ลั่นชาวนาเกิดวิกฤต รัฐพร้อมดูแล

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ที่ชาวนาบางส่วนไม่เห็นด้วยว่า โครงการนี้ เป็นมติที่เห็นชอบโดยคณะกรรมการนโยบายข้าว ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชาวนา มีผู้แทนจากนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรแห่งชาติ รวมถึงคณะกรรมการสมาคมของเขา ผู้แทนจากเกษตรกร การคลัง ธ.ก.ส. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ออกมาเป็นมติ และนำส่งให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ

สิ่งเหล่านี้เป็นการเรียกร้องของเกษตรกรชาวนา ตามที่ตนเคยแสดงวิสัยทัศน์ เราจะนำไปสู่โครงการปุ๋ยแม่นยำ ถูกสูตร ถูกที่ ถูกเวลา เพื่อต้องการเพิ่มผลผลิตและให้ข้าวมีคุณภาพ เมื่อคณะกรรมการนโยบายข้าวเห็นชอบ กรมการข้าวในฐานะหน่วยงานปฏิบัติ เสนอครมเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว จัดตั้งคณะกรรมการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ฉะนั้น ถามว่าพี่น้องชาวนาต้องการหรือไม่ ต้องดูว่า ธ.ก.ส.และกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดโอกาสให้เกษตรกรลงทะเบียนว่าสนใจโครงการนี้หรือไม่ ต้องดูตรงนี้ ไม่ใช่ไปบังคับยัดปุ๋ยให้ชาวบ้าน มันไม่ใช่ การสื่อสารต้องทำให้เข้าใจว่าเรื่องนี้เกษตรกรและชาวนาต้องลงทะเบียนเอง ว่ายินดีจะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ตรงนี้ต้องแยก บางคนไปวิจารณ์มันเสียหายว่าเป็นการเพิ่มภาระให้เกษตรกร ถ้าเกษตรกรไม่เข้าร่วม ก็ไม่ได้บังคับ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เมื่อเกษตรกรชาวนาลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ก็จะต้องไปเข้าแอพ ของธ.ก.ส.ด้วย สิ่งสำคัญ หลายคนมองว่าล็อกสเปกปุ๋ยหรือเปล่า ล็อกสูตรปุ๋ยหรือเปล่า และล็อกบริษัทหรือเปล่า บอกเลยว่าไม่ แต่เป็นการเปิดโอกาส ประกอบการให้ทุกบริษัทผู้ประกอบการ และทุกยี่ห้อเข้าร่วมโครงการ ไม่ได้ไปล็อกสเปกสูตรนั้นสูตรนี้ เป็นการเปิดโอกาสทั้งหมดขอให้เข้าใจตรงนี้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นการพัฒนาคุณภาพผลิตผลการเกษตรประเภทข้าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลายท่านถามว่าหากชาวนาไม่ต้องการปุ๋ย แต่ต้องการไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการของรัฐเอาไว้ใช้เมื่อเกษตรกรมีปัญหา จากการปลูกข้าว ที่ไม่มีคุณภาพซึ่งเกิดจากความแล้งหรือน้ำท่วม ส่งผลให้ข้าวเกิดความเสียหาย รัฐต้องเข้าไปเยียวยา ประเด็นสำคัญคือราคาข้าวปีไหนที่ตกต่ำมาก ตันละ7-8 พันบาทชาวนาอยู่ไม่ได้ เพราะต้นทุนการผลิตสูงกว่า รัฐก็จะเข้าไปสนับสนุน โดยดูแลค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท

รัฐบาลนี้ประกาศชัดเจน เราจะต้องพัฒนาคุณภาพข้าว เพิ่มปริมาณต่อไร่ และราคาข้าวต้องสูง ไม่ควรจะต่ำ กว่า 1.1 หมื่นบาท ถึง 1.5 หมื่นบาท ต่อตัน ซึ่งแล้วแต่พันธุ์ข้าว และเมื่อข้าวราคาสูง รัฐจะเข้าไปสนับสนุนอีกหรือ มันเข้าไป แต่ถ้าข้าวราคาต่ำ รัฐต้องเข้าไปสนับสนุน ตรงนี้มันคนละเรื่องกันต้องแยก ยืนยันว่าไร่ละ 1,000 บาทนั้นรัฐยังสนับสนุนหากเกิดวิกฤตกับพี่น้องชาวนา โครงการนี้ยังมีอยู่ไม่ได้ยกเลิก

“การวิพากษ์วิจารณ์โดยนำไปโยงกันถือเป็นการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน มันคนละเรื่อง อย่าเอา 2 เรื่องมาผูกให้เป็นเรื่องเดียวกัน”

เมื่อถามว่านายกฯ บอกว่าให้มีการทบทวนโครงการนี้ ตรงนั้นคือส่วนไหน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนนี้กระบวนการดำเนินการจะต้องไม่ให้เปิดช่องทางให้ข้าราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปแสวงหาประโยชน์ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องการให้เกษตรกรได้มีปุ๋ยใส่ในนาข้าวตัวเอง เพื่อพัฒนาคุณภาพข้าว และเพิ่มปริมาณ ซึ่งนายกฯมีวัตถุประสงค์ตรงนี้

ส่วนผู้ประกอบการปุ๋ยก็จะต้องไปลงทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร เพราะเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณภาพของปุ๋ย เพราะเดี๋ยวจะได้ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพอีก เมื่อลงทะเบียนกรมวิชาการเกษตร จะต้องให้บริษัทนำตัวอย่างมาทดสอบ ซึ่งปุ๋ยที่ใช้แต่ละแปลงนาก็ไม่เหมือนกัน โดยนายกฯสั่งให้ทำให้ละเอียด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน