‘ศิริกัญญา’ ถามกระทู้สดเศรษฐกิจยิงตรง‘เศรษฐา’ ปกรณ์วุฒิ ลั่นนายกฯต้องมาตอบเท่านั้น เพราะแจ้งล่วงหน้าอย่าคิดว่าฝ่ายค้านหลอกด่า ถือเป็นโอกาสดีได้ชี้แจงประชาชน
เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2567 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในสัปดาห์นี้ ว่า วันที่ 10 ก.ค.นี้จะพิจารณากฎหมายยกเลิกคำสั่งคสช. เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี(ครม.)อีก 1 ร่าง เกี่ยวกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวถึงการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาในวันที่ 11 ก.ค.ว่า ตนได้แจ้งไปยังวิปรัฐบาลแล้ว ตั้งแต่เย็นวันที่ 8 ก.ค. ว่า จะให้น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถามตรงไปยัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เท่านั้น โดยถามเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้นายกฯ อาจจะให้ รมว.คลังหรือรมช.คลังมาตอบแทนได้ เพราะเข้าใจว่า จะถามเรื่อง ดิจิทัล วอลเล็ต แต่จริงๆแล้ว มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่มีแค่นั้น
เรายืนยันว่าต้องเป็นนายกฯ เท่านั้นที่มาตอบ ทั้งนี้ เรื่อง ดิจิทัลวอลเล็ต เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของปัญหาปากท้องของประชาชน แต่จะพูดเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าไฟ ก็จะเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงพลังงาน และมาตรการอีกหลายๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง จำเป็นต้องเป็นนายกฯมาตอบ เพราะนายกฯ เป็นหัวโต๊ะในการประชุมครม.ชุดเล็ก ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า นายกฯ ก็เพิ่งพูดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ไม่ได้ตั้งใจจะหนี ถ้าว่างก็จะมา และครั้งนี้ท่านรู้อยู่แล้ว ว่าทุกวันพฤหัสบดีช่วงเช้า จะเป็นกระทู้ถามสด ที่ครม. ต้องมาสแตนด์บาย แต่จริงๆแล้วไม่ต้องสแตนด์บายด้วยซ้ำ เพราะฝ่ายค้านแจ้งไปอย่างไม่เป็นทางการ ตั้งแต่ย็นวันจันทร์แล้ว
ดังนั้น นายกฯและรัฐมนตรี น่าจะเคลียร์ภารกิจ มาตอบกระทู้ได้ จึงต้องดูว่านายกฯ จะทำอย่างที่สัญญาไว้หรือไม่ และหากสัปดาห์นี้ นายกฯยังไม่มาตอบกระทู้ของฝ่ายค้านอีก ก็ต้องตั้งคำถามว่า ท่านจะหลีกเลี่ยงและยื้อการตรวจสอบไปเรื่อยๆ หรือไม่ และตนไม่แน่ใจว่า การพิจารณา พ.ร.บ.งบกลางปี นายกฯจะส่งใครมาเป็นผู้ชี้แจงในสภาฯ คาดว่าอาจจะเป็นรมว.คลัง เช่นเดิม
จึงอยากให้นายกฯ มาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ เพราะคิดว่าเป็นเวทีที่สำคัญและเป็นโอกาสที่นายกฯจะสื่อสารกับประชาชนได้ ผ่านการถามคำถามจากสส. ซึ่งนายกฯ สามารถสะท้อนกลับมาได้ว่า ครม.กำลังทำอะไรอยู่
“นี่เป็นโอกาสที่ดี อย่าคิดว่าเป็นเวทีที่ฝ่ายค้านจะมาฉวยโอกาสหลอกด่า ผมคิดว่าถ้านายกฯ ทำงานอยู่ตลอดเวลา ก็มาชี้แจงได้อยู่แล้วว่าทำอะไรไว้บ้าง เพราะมีหลายเรื่องที่ฝ่ายค้านอยากรู้จริงๆ ไม่ใช่จะหลอกด่า เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่าใน ครม.ทำอะไรกันบ้าง” นายปกรณ์วุฒิกล่าว
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวถึงการเพิ่มวันประชุมสภาฯว่า มีการเพิ่มวันประชุมมาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ในกรณีที่มีญัตติคั่งค้างอยู่จำนวนมาก จึงไม่เข้าใจว่าประธานวิปรัฐบาลไปฟังอันไหนมา ถึงบอกว่าฝ่ายค้านจะเพิ่มวันประชุม เป็นพุธ พฤหัสบดี ศุกร์ ทั้งที่การเพิ่มวันศุกร์เกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้น
การประชุมในสมัยนี้ ตนก็เสนอแล้วโดยพูดคุยกับวิปรัฐบาลอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาว่าขณะนี้มีญัตติ รวมถึงรายงานของคณะกรรมการ ค้างอยู่จำนวนมาก จึงคิดว่าอย่างน้อยมีการประชุมเพิ่ม 1 ครั้งภายในเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้าก็ได้ เพื่อให้สะสางวาระ ที่ค้างอยู่ให้เดินต่อไปได้
ตนเสนออย่างนี้ แต่อาจจะไม่ใช่ข้อเสนอที่ต้องทำทันที แต่อาจเป็นทางออกก็ได้ ถ้าเราประชุมสัปดาห์ละ 3-4 วัน แต่ประชุมแค่ 3 สัปดาห์ต่อ 1 เดือน กลายเป็นเดือนละ 12 วัน จากเดิมแค่ 8 วัน ซึ่งจะทำให้สภาฯ ได้ประชุมเยอะกว่าเดิมและสส.มีเวลาลงพื้นที่ยาวนานกว่าเดิม ทั้งนี้ การลงพื้นที่ก็สำคัญ แต่ลงพื้นที่อย่างเดียว ไม่ได้นำมาพูดคุยหรือใช้กลไกต่างๆในสภาฯ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ปัญหาเหล่านั้นก็ไม่ถูกแก้ไข ดังนั้น ต้องจัดสรรให้ดี ไม่ใช่ว่าเพิ่มเวลาประชุมไม่ได้เลย หรือเพิ่มมากจนเกินไป