บิ๊กเกรียง รายงานตัว สว. ควักพระโชว์สื่อ บอกไม่ได้มูเป็นสว.เพราะเอฟซีเยอะ ยันไม่ได้สนิทกับนักการเมือง แค่เป็นเพื่อน‘อนุทิน’ หัวเราะลั่น ยังว่าง ไม่มีการทาบทามหลังบ้าน
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2567 ที่รัฐสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว. กลุ่มบริหารราชการแผ่นดิน อดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ.และ มทภ.4 เดินทางมารายงานตัวต่อรัฐสภา เวลา 09.50 น. ซึ่งพล.อ.เกรียงไกร ถือเป็นตัวเต็งในตำแหน่งประธานวุฒิสภาที่หลายฝ่ายจับตา
โดยพล.อ.เกรียงไกร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกมองเป็นตัวเต็งประธานวุฒิสภาว่า ส่วนตัวก็เป็นมุมมองตามสื่อ ตนตั้งใจทำหน้าที่ในเรื่องการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น เพราะเรามีประสบการณ์ ตนคิดว่ามีองค์ความรู้ในการก้าวเข้ามามากกว่า
เมื่อถามว่าพร้อมหรือไม่ หากได้รับตำแหน่งประธานหรือรองประธานวุฒิสภา พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า เอาให้ถึงเวลานั้น ทุกคนต้องพร้อมหมด ไม่ใช่แค่เฉพาะตน สว.ทั้ง 200 คน มีสิทธิเท่าเทียมกันในการถูกเลือก ทุกคนมีประสบการณ์ องค์ความรู้ และความเหมาะสม เพียงแต่ตนถูกสื่อนำเสนอมากไปหน่อย
เมื่อถามว่าลำบากใจหรือไม่ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับพรรคการเมือง พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ตนไม่ได้ใกล้ชิดและไม่เคยเป็นสมาชิกพรรค เพียงแต่เป็นเพื่อนสนิทของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่สมัยเรียน วปอ.
“จะเห็นได้ว่าตอนที่ผมประสบอุบัติเหตุ ท่านอนุทิน รีบลงไปดูแลเรื่องการแพทย์ ตอนนั้นผมเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์คตกที่สงขลา” พล.อ. เกรียงไกร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่านายอนุทินให้คำแนะนำหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่ได้ให้คำแนะนำอะไร ตนไปลาออก นายอนุทินก็ไม่ทราบ แล้วถามว่า “พี่เอาจริงหรือ” ตนก็ตอบว่า “ใช่ เอาแน่” หลังจากได้รับเลือกเป็น สว. แล้วก็พูดคุยกันอยู่เสมอ เวลานายอนุทินลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนก็ให้คำแนะนำและติดตามไปบางเวลา
เมื่อถามว่าหลายคนวิเคราะห์ว่าพล.อ.เกรียงไกรจะได้รับการสนับสนุนจาก สว.สีน้ำเงินใช่หรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่ ที่ว่าตนเป็น สว.สายสีน้ำเงิน ตนสายสีน้ำเงินเข้ม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ เทิดทูนด้วยชีวิต
พล.อ.เกรียงไกร ยืนยันว่า ยังไม่มีใครยกหูโทรศัพท์ทาบทามให้เป็นประธานวุฒิสภา มีแต่สื่อ ขอบคุณมากที่ให้ความไว้วางใจ หลังบ้านยังไม่มีใครติดต่อมา
ผู้สื่อข่าวถามว่ายังว่างอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.เกรียงไกรหัวเราะ ยืนยันว่ายังว่างอยู่
เมื่อถามว่าสว.ชุดนี้ ได้รับข้อครหาเรื่องการเลือกจำนวนมาก จะมีการผลักดันให้แก้ไขหรือไม่ พล.อ. เกรียงไกร กล่าวว่า เป็นมุมมองของแต่ละฝ่าย ส่วนจะแก้หรือไม่ ก็ว่าไปตามเสียงส่วนใหญ่ว่าจะดำเนินการอย่างไร
ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า สว. เริ่มสร้างกลุ่มก๊วนกันแล้ว พล.อ.เกรียงไกร ตอบกลับว่า ตนก็เห็นมีทุกกลุ่ม ทุกก๊วน แต่ไม่ทราบว่ามีก๊วนใดบ้าง ในสังคมย่อมมีคนที่รักชอบกัน ก็มาอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ในไลน์ของเราก็มีกลุ่ม ส่วนเรื่องผลประโยชน์ที่เริ่มมีการเสนอรถและเงินนั้น ตนไม่ได้รับการทาบทามติดต่อในเรื่องพวกนี้
ภายหลังการให้สัมภาษณ์เสร็จ ผู้สื่อข่าวถามพล.อ.เกรียงไกร ว่าสวมพระอะไรตอนที่เฮลิคอปเตอร์ตก พล.อ.เกรียงไกร ควักสร้อยคอออกมา พร้อมกล่าวว่า วันนั้นที่เกิดเหตุ ตนใส่พระกริ่งปวเรศ ปี 2530 ที่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นองค์ประธานในการเททอง นอกจากนี้ยังมีหลวงปู่ทวด และหลวงพ่อสุทธิ์ วัดหนองหวาย จ.สุราษฎร์ธานี
ผู้สื่อข่าวแซวว่าได้เป็น สว. เพราะหลวงปู่ทวดใช่หรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่ ถ้าเป็นต้องหลวงปู่ทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้เป็น สว.เพราะพระหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า อันนี้เข้าข้างตัวเอง คิดว่าตนมีเอฟซีเยอะ ส่วนตัวไม่ได้มูเตลู ส่วนใหญ่คนให้มาเยอะแยะ เขาให้มาทั้งนั้น
“ผมเกิดที่สุราษฎร์ธานี แหล่งธรรมะ วันที่ขึ้นฮ. ลืมสวดอิติปิโสฯ วันเลือก สว. พอจะเผลอหลับก็ท่องไปเรื่อยๆ เพราะนั่งตั้งแต่ 8 โมงเช้ายันตี 4 ท่องไปหลายรอบทีเดียว” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว