สส.ก้าวไกล เสนอ ครูใช้ความรุนแรง-คุกคามทางเพศนักเรียน ให้พักใบประกอบวิชาชีพทันที และหากศาลตัดสินมีความผิด ต้องเพิกถอนใบอนุญาต

นายปารมี ไวจงเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนักเรียน ป.1 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง จ.ปราจีนบุรี ถูกครูลงโทษด้วยการให้วิ่งรอบสนามจนเสียชีวิตว่า เด็กนักเรียนอายุแค่ 7 ขวบ เหตุที่ถูกลงโทษมาจากแต่งชุดลูกเสือไม่ถูกระเบียบ แต่กลับถูกครูสั่งลงโทษด้วยการให้วิ่งรอบสนาม แม้ครูจะอ้างว่าไม่ทราบมาก่อนว่าเด็กมีโรคประจำตัว แต่ก็ต้องตั้งคำถามว่าเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุหรือไม่

ที่สำคัญ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษ ปี 2548 ระบุไว้ 4 ประเภทคือ ว่ากล่าวตักเตือน, ทำทัณฑ์บน, ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คำถามคือการวิ่งรอบสนามเข้าเกณฑ์ข้อใด

หากอ้างว่าเป็นกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องถามอีกว่าเมื่อพิจารณาจากวัยของเด็กและเหตุที่ทำให้ถูกลงโทษ ไม่มีกิจกรรมอื่นที่เหมาะสมกว่านี้นอกจากสั่งให้เด็กวิ่งรอบสนามแล้วใช่หรือไม่

ดังนั้นกรณีนี้ ครูและโรงเรียนต้องรับผิดชอบอย่างสูงสุดกับหนึ่งชีวิตที่ต้องสูญเสียไป จากการลงโทษที่เกินกว่าเหตุและไม่สมเหตุสมผล ขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบเกี่ยวกับสวัสดิภาพของเด็ก

นายปารมี กล่าวต่อว่า ตนได้ประสานงานไปยังปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ให้ตรวจสอบและดำเนินการให้ความเป็นธรรมต่อพ่อแม่นักเรียนผู้เสียชีวิตแล้ว รวมถึงประสานงานไปยังเลขาธิการคุรุสภา ขอให้ดำเนินการพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของครูคนดังกล่าวทันที ต่อมาเมื่อคดีอาญาถึงที่สุด ศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง ก็ขอให้คุรุสภาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไปด้วย

ทั้งนี้ ตนยังเสนอต่อเลขาธิการคุรุสภาว่า ต่อไปนี้เมื่อมีกรณีครูใช้ความรุนแรงกับนักเรียนหรือคุกคามทางเพศ คุรุสภาต้องพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันที แล้วค่อยดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อว่าถ้าผิดจริง จึงค่อยเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน