ฐากร เสนอ 2 ทางออก ใช้งบทำ ดิจิทัลวอลเล็ต เตือนระวังส่อขัดกม. 2 ฉบับ ขอปรับลดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม 100 เปอร์เซ็นต์
เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 จำนวนเงิน 1.22 แสนล้านบาท
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ โดยลุกขึ้นกล่าวอภิปรายว่า ขอปรับลดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2567 ลงทั้งสิ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ขอเรียนว่าการอภิปรายวันนี้บีบหัวใจจริงๆ เห็นใจพี่น้องประชาชน ว่าเงินดิจิทัลวอลเล็ตต้องไปถึงมือพี่น้องประชาชนให้ได้ ทำให้ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น อยากจะให้เงินดิจิทัลไปถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
นายฐากร กล่าวว่า แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ขอเรียนว่าเป็นการกระทำที่ส่อขัดกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 มาตรา 21 ซึ่งกำหนดไว้ว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้กระทำได้เมื่อมีเหตุผลและความจำเป็น ที่ต้องใช้จ่ายเงินระหว่างปีงบประมาณ โดยไม่สามารถรองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถัดไปได้ ความหมายคือ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2568 ในปีหน้า ถ้าเสนอเข้ามาแล้ว หมายถึงว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 ที่เสนอเพิ่มเติมเข้ามา จะไม่สามารถที่จะเสนอเพิ่มเติมเข้ามาได้ เนื่องจากว่ารัฐบาลเสนองบประมาณรายจ่ายปี 2568 ต่อรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายฐากร กล่าวว่า ดังนั้นโจทย์ใหญ่ไปกว่านั้นอีก ในคำของบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2567 และงบประมาณปี 2568 รายการที่เสนอขอเข้ามาเป็นรายการเดียวกัน คือ ดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งนี้ เพราะการเสนอขอตั้งงบปี 2568 โครงการเงินดิจิตอลวอลเล็ตตั้งไว้ 152,700 ล้านบาทเท่านั้น ไม่สามารถตั้งให้ครอบคลุมงบประมาณทั้งหมด 450,000 ล้านบาท จึงเลี่ยงโดยขอย้อนกลับไปตั้งงบรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2567 มาอีก 122,000 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวนี้เป็นการส่อว่าจะขัดกฎหมาย อันตรายจริงๆ
นายฐากร อภิปรายต่อว่า นอกจากนี้ยังส่อว่าขัดพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 มาตรา 43 ที่ว่าการขอเบิกเงินจากคลังตามงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณใด ให้กระทำได้แต่เฉพาะภายในปีงบประมาณนั้น ซึ่งก็คือปีงบประมาณ 2567 รัฐบาลต้องเบิกเงินให้ทันภายในวันที่ 30 ก.ย.2567 นี้ มีข้อยกเว้นในวรรคที่ 2 กรณีที่ไม่สามารถเบิกเงินจากคลังได้ภายในปีงบประมาณให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังได้ เฉพาะในกรณีที่หน่วยรับงบประมาณได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ และได้มีการกันเงินไว้ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกเงินจากคลังไปเรียบร้อยแล้ว สรุปคือจะกระทำได้ต้องมี 2 เงื่อนไข คือ 1.หน่วยรับงบประมาณได้ก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว 2.ได้รับการกันเงินจากคลังแล้ว
“ไทม์ไลน์ของดิจิทัลเวอลเล็ตกรอบงบประมาณปี 2567 เริ่ม 1 ต.ค.2566 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2567 วันนี้รัฐบาลได้เสนองบเพิ่มเติมเข้ามาอีก 122,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันรัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันที่ 1 ส.ค. ยืนยันว่าไม่ใช่การก่อหนี้ผูกพันแต่ประการใด เพราะการก่อหนี้ผูกพันจะต้องมีการลงนามในสัญญาให้ทันภายในวันที่ 30 ก.ย.เท่านั้น ดังนั้น แค่การที่ประชาชนมาลงทะเบียน จึงไม่ใช่การก่อหนี้ผูกพัน งบประมาณดังกล่าวจะต้องตกไป” นายฐากรกล่าว
นายฐากร กล่าวพร้อมเสนอทางออกให้ดิจิทัลวอลเล็ต ถ้าไม่ทันวันที่ 30 ก.ย.2567 สามารถทำได้คือ 1.ใช้เงินที่รัฐบาลกันไว้แล้ว จากเงินงบกลาง 430,000 ล้านบาท 2.เงินจากงบเพิ่มเติมปี 2567 อีก 122,000 ล้านบาท ให้รัฐบาลแจกเงินดังกล่าวผ่านแอปเป๋าตังค์ หรือเป็นเงินสดให้ประชาชน 16.5 ล้านคนในกลุ่มเปราะบางให้เสร็จก่อน 30 ก.ย.นี้ จะทำให้เงินดังกล่าวสามารถใช้ได้ถูกต้องตามระเบียบ