เปิดตัวเลข 26 ปี ศาลรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกล เป็นพรรคลำดับ 111 ที่ถูกสั่งยุบ ทำให้โดนล้มหายไปจากหน้ากระดานการเมืองไทย ตามหลังพรรคดังอีกมากมาย

หลัง พรรคก้าวไกล ที่ชนะในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2566 โดยได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน 14,438,851 คะแนน ถูก ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินยุบพรรค และตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค 2 ชุด รวม 11 คน เป็นเวลา 10 ปี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา

อ่าน : ด่วน! ก้าวไกลไม่รอด ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่งยุบพรรค คดีล้มล้างการปกครอง
อ่าน : เปิดรายชื่อ 11 กก.บห.ก้าวไกล โดนศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรค-ตัดสิทธิ์

ซึ่งคำวินิจฉัยยุบพรรคดังกล่าว ไม่ใช่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่มีหลายพรรคที่ล้มหายไปจากสารบบการเมืองไทย

ย้อนสถิติยุบพรรค

หากย้อนดูสถิติจะพบว่า นับตั้งแต่มี พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 ทำให้อำนาจในการยุบพรรค แต่เดิมที่เป็นของ ศาลฎีกา ถูกเปลี่ยนเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยพบว่ามีพรรคการเมืองถูกยุบทั้งหมด 110 พรรค แบ่งเป็นใน 9 ปีแรก ถูกยุบไปทั้งหมด 92 พรรค ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นสาเหตุด้านธุรการหรือทางเทคนิค ที่พรรคไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ข้อกฎหมายที่วางไว้

ปี 2541

มีคดีสำคัญ เมื่ออัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอให้ยุบ พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า โดยกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 66 (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ

และ (3)​ กระทำการอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ซึ่งผลคือ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ถูกยุบ แต่ พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ถูกยุบ

ปี 2550

มีคดีใหญ่ คือ การยุบพรรคไทยรักไทย ซึ่งขณะนั้นเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ที่นำโดย ทักษิณ ชินวัตร โดยสามารถเอาชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย แต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินยุบพรรค จากคำร้องตามมาตรา 66(1) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง ประเทศโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

ยุบพรรคไทยรักไทย

รวมถึงการจ้างพรรคการเมืองขนาดเล็กลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อหนีเกณฑ์ 20 เปอร์เซ็นต์ และ ปลอมแปลงเอกสารฐานข้อมูลสมาชิกพรรค

นอกจาก พรรคไทยรักไทย แล้ว ยังมี พรรคพัฒนาชาติไทย และ พรรคแผ่นดินไทย ถูกยุบไปด้วย ผลการตัดสินดังกล่าว ทำให้กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี 111 คน ขณะที่พรรคพัฒนาชาติไทย ถูกตัดสิทธิ 19 คน ส่วนพรรคแผ่นดินไทย ถูกตัดสิทธิ 3 คน

ยุบพลังประชาชน

หลังจากยุบ พรรคไทยรักไทย ผ่านไปเพียง 1 ปี ในวันที่ 2 ธ.ค.2551 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคพลังประชาชน ซึ่ง ส.ส.ส่วนใหญ่ มาจากพรรคไทยรักไทย คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก กกต. แจกใบแดงให้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เนื่องจากมีการกระทำที่น่าเชื่อได้ว่าทุจริตการเลือกตั้ง ในวันที่ 23 ธ.ค.2550

นอกจากนี้ ยังมีพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่ถูกยุบด้วยเช่นกัน โดยคดีนี้ ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 3 พรรค จำนวน 109 คน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

หลังคำสั่งยุบพรรคดังกล่าว ส.ส.พลังประชาชน แตกออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนใหญ่ออกไปก่อตั้งพรรคเพื่อไทย อีกส่วนคือ กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่แยกตัวออกไป รวมกับ ส.ส.พรรคมัชฌิมาธิปไตย ไปก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย และหันไปสนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลแทน

2562 ยุบไทยรักษาชาติ

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องฮือฮา เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2562 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 24 มี.ค.2562 เมื่อ พรรคไทยรักษาชาติ เสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีฯ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค

ทว่าต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ในวันที่ 7 มี.ค.2562 โดยชี้ว่า กรณีดังกล่าวอาจมีการเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื่องจากสถาบันพระมหากษัติรย์อยู่เหนือการเมือง การกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน คำสั่งยุบพรรคดังกล่าว ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคฯ 37 คน ถูกตัดสิทธิคนละ 10 ปี

ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ผ่านไปอีกเพียง 1 ปี ในปี 2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง ยุบพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2563 จากคดี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้กู้เงิน 191 ล้านบาท พร้อมตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปี

โดยศาลชี้ว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง ฝ่าฝืนมาตรา 72 พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ที่ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่า ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

สั่งยุบอีกพรรคก้าวไกล

หลังจากได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคที่ ส.ส. ย้ายมาจาก อนาคตใหม่ กลับมีจุดจบทางการเมืองในแบบเดียวกัน เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล หลังเสนอนโยบาย แก้ไขมาตรา 112 ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมสั่งตัดสิทธิ 11 คณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี ด้วยกัน

พรรคก้าวไกล

ผ่านมา 26 ปี นับจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 บังคับใช้ พรรคก้าวไกล เป็นพรรคที่ 111 ที่ถูกยุบพรรค และต้องจับตาดูต่อว่า จากนี้จะมีพรรคการเมืองที่ต้องหายไปจากกระดานการเมือง จากการถูกยุบอีกหรือไม่

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน