กมธ.ต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจใน สปป.ลาว พบไม่ได้แย่อย่างที่คิด เตือนคนไทยบางคนอย่าดูแคลนเพื่อนบ้าน
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาฯ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ (กมธ.)ได้ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศ สปป.ลาวซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่สำคัญของไทย โดยได้เชิญตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศ ตัวแทนภาคเอกชนและตัวแทนสมาคมไทย-ลาวมาให้ข้อมูลต่อ กมธ. ทราบว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจนั้น สปป.ลาวยังเติบโตปีนี้ร้อยละ 4 และสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ได้แย่อย่างที่สื่อมวลชนบางสำนักได้นำเสนอ หรือที่มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ แม้ว่าประเทศสปป.ลาวจะมีความท้าทายในเรื่องสำคัญ 4 เรื่องคือ 1.อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น 2.การอ่อนค่าของเงินกีบเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น 3.ปริมาณเงินตราต่างประเทศและ 4.ภาระหนี้ต่างประเทศที่ สปป.ลาวได้กู้มาลงทุนในโครงการพลังงาน สร้างเขื่อนและโครงการอื่นๆ
นายนพดล กล่าวว่า แม้มีความท้าทาย 4 เรื่องสำคัญดังกล่าว ก็คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจลาวจะยังเติบโตร้อยละ 4 และจุดแข็งที่สำคัญของเศรษฐกิจลาวคือในเรื่องพลังงานสะอาดหรือไฟฟ้าที่ผลิตจากเขื่อนต่างๆ และภาคการท่องเที่ยวและขนส่ง ซึ่งจะสามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจลาวเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่พูดในทำนองว่าเศรษฐกิจลาวกำลังจะมีวิกฤติหนัก
ซึ่งเท่าที่ฟังจากกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้เป็นเช่นนั้น นอกจากนั้น กมธ.ยังได้ติดตามความคืบหน้าของการเชื่อมระบบขนส่งทางรางระหว่างไทยกับ สปป. ลาว เพื่อเชื่อมการขนส่งไปยังจีนตอนใต้ซึ่งขณะนี้ก็เดินหน้าไปค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขนส่งผู้โดยสารและเชื่อมการขนส่งสินค้า ซึ่งจะทำให้สินค้าในประเทศไทยสามารถใส่ตู้คอนเทนเนอร์ส่งไปยังลาวแล้วขึ้นไปยังจีนตอนใต้ เช่น ขนส่งผลไม้ไทยทุเรียน มังคุดและอื่นๆได้รวดเร็วขึ้น
นายนพดล กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนนั้น อาจมีการนำเสนอในสื่อออนไลน์ของคนไทยจำนวนไม่กี่คน ที่มีทัศนคติไม่สร้างสรรค์กับประเทศเพื่อนบ้าน แต่คนไทยส่วนใหญ่นั้นยังเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานเมียนมาร์หรือคนลาวก็ตาม ล้วนเป็นชาวอาเซียนด้วยกันและประเทศไทยนั้นควรจะต้องใช้นโยบายเติบโตไปกับเพื่อนบ้าน มั่นคงไปกับเพื่อนบ้าน ไม่ควรไปดูแคลนเพื่อนบ้านเพราะประเทศไทยอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ได้ในภูมิภาคนี้ เราต้องร่วมมือผนึกความเชื่อมโยงระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งยิ่งขึ้นไป
โดยนายกฯ และรัฐบาลนี้ได้มีหมุดหมายที่สำคัญในเรื่องความร่วมมือกับสปป.ลาวใน 4 เรื่องคือ1.การร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด 2.การแก้ไขปัญหาฝุ่นข้ามแดนหรือพีเอ็ม 2.5 3.การแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์และ 4.การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ซึ่งทั้ง 4 เรื่องนี้เป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ซึ่งกระทบต่อทุกคนในภูมิภาคนี้ซึ่งจะต้องร่วมมือกันเท่านั้นจึงจะทำสำเร็จ ตนจึงเรียกร้องให้คนไทยบางคนได้ตระหนักถึงความสำคัญ และหยุดดูแคลนและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเพื่อนบ้าน เพื่อสันติภาพและสันติสุขในภูมิภาคต่อไป