‘หมอมิ้ง-สุริยะ’ เสียน้ำตา ‘เศรษฐา’ พ้นตำแหน่ง บอก สส.เพื่อไทย ชัดชงชื่อ อิ๊งค์ แพทองธาร มั่นใจ ‘ทักษิณ’ ให้คำปรึกษาเรียกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจได้

เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่ได้ไปนั่งเป็นตัวแทนฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติให้นายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรีว่า ไปฟังแทนนายเศรษฐา ที่ได้มอบหมายให้เป็นตัวแทน เชื่อว่าเราก็เตรียมใจว่าผลจะออกมาเป็นประการใด ก็ต้องให้ความเคารพต่อศาล ส่วนตัวถือว่าเป็นเกียรติมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อพูดมาถึงช่วงนี้ นพ.พรหมินทร์ ได้หยุดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกลั้นก้อนสะอื้น และมีน้ำตาคลอๆ ว่า “ที่ได้ทำงานกับนายกฯท่านนี้ ผมเชื่อว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะให้ท่านยุติบทบาทในฐานะนายกฯ แต่ผมเชื่อว่าภารกิจของท่านที่มีต่อประชาชนคนไทย ยังมีตลอดไป และท่านคงจะอุทิศตน เมื่อคืนและเมื่อเช้าเราได้พูดคุยกันตลอด เพราะท่านเป็นห่วงงาน ภารกิจต่อประชาชนยังมีตลอดไป”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการปรากฎภาพ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งนพ.พรหมินทร์ ได้เข้าไปบ้านจันทร์ส่องหล้า ได้พูดคุยหรือแนะนำอะไรกันบ้าง นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า เป็นการหารือ พูดคุยและทานข้าวกัน ซึ่งการหารือ และมีข้อยุติอย่างที่ทุกท่านทราบ

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้นายเศรษฐา พ้นจากตำแหน่งนายกฯว่า ตนเป็นเหมือนสส.เพื่อไทยหลายคนที่เสียน้ำตากันไป เพราะตนได้ทำงานใกล้ชิด นายเศรษฐา สิ่งที่ท่านทุ่มเทเพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน เป็นสิ่งที่ตนจะจดจำไว้ตลอด

เมื่อถามว่าเรื่องแลนด์บริจด์กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าต่อหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า เดินหน้าต่อ 100%

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะเดินต่ออย่างไร นายสุริยะ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ประชุมสส. ทุกคนเห็นว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ควรได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ซึ่งคิดว่าการที่ยังเป็นคนวัยสาวที่มีกำลังแข็งแรงพร้อมทุ่มเทให้กับประเทศชาติ ต้องขอชื่นชม เพราะท่านเสียสละ และเชื่อว่าท่านเอง จริงๆต้องดูแลลูกน้อยช่วงหนึ่ง แต่เมื่อสถานการณ์แบบนี้ท่านคิดว่าจำเป็นและคงมีการโหวดนายกฯ ในวันที่ 16 ส.ค.

เมื่อถามว่านโยบายเศรษฐกิจที่รัฐบาลรันมาแล้ว กังวลจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า คิดว่าเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ ถ้าเรามองย้อนไปในอดีต เป็นความแข็งแกร่งตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ เรื่องเศรษฐกิจเป็นจุดแข็งของพรรคเพื่อไทย เราสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้แน่นอน และเมื่อลูกสาวท่านมาเป็นนายกฯ นายทักษิณ คงมีโอกาสทำงานกันอย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำกับหัวหน้าพรรคได้

เมื่อถามว่าคนในเพื่อไทยกังวลอะไรหรือไม่กับสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน เมื่ออิ๊งค์ เข้ามาต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ นายสุริยะกล่าวว่า ตนคิดว่ารัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ระยะยาว อาจเป็นปัญหาอุปสรรค ต่อไปจะมีการปรับแก้ไข ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยจะมีนักกฎหมายที่เข้ามาอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วย เพื่อช่วยดูแลให้เกิดความรอบคอบ เรื่องใดที่สุ่มเสี่ยง คิดว่าอาจจะโต้แย้งกันอยู่เราก็พยายามหลีกเลี่ยง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน