“ปชน.” ดอดยื่นร่างแก้รธน. รื้อปมจริยธรรมทั้งระบบ หั่นอำนาจ ป.ป.ช. สอบจริยธรรม สส. “ปกรณ์วุฒิ” ขออย่ามองมีผลประโยชน์ทับซ้อน
เมื่อวันที่ 17 ก.ย.เวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวยอมรับว่า พรรคได้ยื่นร่างแก้ไขรายมาตรา กลุ่มประเด็นว่าด้วยจริยธรรมทั้งระบบ ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา แล้ว
ทั้งนี้ ตามกระบวนการต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน และบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระภายใน 15 วัน ดังนั้น ตนเชื่อว่าหากจะนำเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 25 ก.ย.นี้ อาจจะทัน แต่ในกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้านั้น และมีเวลา 2-3 วัน เวลาอาจไม่พอกับการตรวจสอบและบรรจุวาระ ดังนั้น ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมวิปร่วมอีกครั้ง ซึ่งตนรับได้หากจะเลื่อนการประชุมร่วมรัฐสภาออกไปอีก 1 สัปดาห์
สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราฉบับล่าสุดที่เสนอนั้นเป็นรายละเอียดเรื่องจริยธรรมทั้งระบบ ซึ่งตนจำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมดว่ามีกี่มาตรา เพราะกรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องหลายมาตรา รวมถึงเกี่ยวกับการใช้อำนาจขององค์กรอิสระที่ตัดสินผู้ดำรงตำแหน่งทางเมืองที่เป็นนามธรรมมากเกินไป
ทั้งนี้ ในประเด็นที่แก้ไขอำนาจขององค์กรอิสระดังกล่าว ตามเงื่อนไขต้องทำประชามติ ซึ่งอาจเป็นการทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายกอบจ.) ทั้งประเทศตามที่รัฐบาลวางไทม์ไลน์ไว้
เมื่อถามว่ามีประเด็นที่จะตัดในส่วนของข้อกำหนดในคุณสมบัติที่ต้องซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ด้วยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้ปิดการแก้ไขในส่วนดังกล่าว แต่ต้องพูดคุยในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ว่าทุกพรรคเห็นอย่างไร ส่วนใหญ่ใช้หลักการกว้างและต้องพิจาณาแก้ไขในชั้นกมธ.ได้
เมื่อถามว่าทำไมการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคถึงเรื่องเงียบ เมื่อเทียบกับการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราประเด็นอื่นๆ เช่น ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ใช่ทีมร่างกฎหมาย กังวลว่าหากให้ข้อมูลจะผิด ดังนั้น ต้องถามนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชนอีกครั้ง
เมื่อถามว่าบางประเด็นการแก้ไขจริยธรรม พรรคเพื่อไทยระบุว่าไม่เห็นด้วย เนื่องจากอาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า หากจะมองแบบนั้น การแก้ประเด็นอื่นๆ ก็อาจถูกโยงว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนได้ทั้งสิ้น และสส.จะแก้อะไรไม่ได้ อย่างไรก็ดีในประเด็นที่ไม่เห็นตรงกันนั้น รายละเอียดอาจนำไปพูดคุยในชั้นกมธ.เพื่อหาจุดลงตัวได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส.พรรคประชาชน ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนู ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ ประธานรัฐสภา ผ่านฝ่ายธุระการของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยในรายละเอียดเบื้องต้นนั้น สส.พรรคประชาชน ที่ถูกยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบจริยธรรม กรณีร่วมยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตา 112 ไม่ได้ร่วมลงชื่อด้วย เพื่อไม่ให้ถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน
ซึ่งในรายละเอียดนั้นจะเป็นการยกเลิกอำนาจของ ป.ป.ช.ในการสอบจริยธรรมของสส. ทั้งนี้ ในรายละเอียดของการยื่นร่างแก้ไขนั้นนายพริษฐ์ จะแถลงต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา ในวันที่ 18 ก.ย.อีกครั้ง