นายกฯอิ๊งค์ ปฏิบัติภารกิจวันที่ 2 สั่งเคลียร์โคลนบนถนนหลัก 24 สาย คาดต้นพ.ย.กลับสู่ปกติ คุณยายวัย 80 ปี ร้องไห้โฮ ไม่คิดได้เจอนายกฯ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ
วันที่ 28 ก.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจในวันที่ 2 ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการเดินทางไปตรวจราชการ จ.เชียงราย และจ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 27 – 28 ก.ย.ว่า ภายหลังนายกรัฐมนตรี และคณะนอนพักค้างคืนที่จังหวัดเชียงราย เช้าวันเดียวกันนี้ ก่อนเริ่มปฏิบัติภารกิจ นายกฯ พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป ที่โรงแรมเลอเมอริเดียนเชียงราย ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก
จากนั้นเวลา 09.30 น.วันที่ 28 ก.ย. ที่ว่าการอำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอแม่สาย น.ส.แพทองธาร รับฟังรายงานสรุปจากหน่วยงานของกรมทหารช่างและนายอำเภอแม่สาย เพื่อลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์และติดตามการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลังจากเหตุการณ์อุทกภัย ณ บ้านเกาะทราย และบ้านผาจม ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยนายกฯได้นำแพมเพิส ซึ่งใช้เงินส่วนตัวซื้อมามอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยนายกรัฐมนตรี สวมรองเท้าบูธยางพร้อม ขึ้นรถบรรทุกทหาร
น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า ภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้จะมีการเคลียร์ดินโคลนบริเวณถนนที่เป็นถนนสายหลักทั้งหมด 24 สาย ตลาดสายลมจอย และกู้คืนสภาพ โรงเรียนบ้านไม้ลุงขนได้สำเร็จ แต่จะต้องเข้ามาเคลียร์พื้นที่อีกครั้ง โดยจะใช้เวลาประมาณ 45 วัน ซึ่งคาดว่าประมาณต้นเดือนพ.ย.ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ปัญหาของประชาชนในพื้นที่ก็คือ บางบ้านถูกน้ำและโคลนทับถม จนบางหลังเหลือแต่โครงสร้าง ก็จำเป็นต้องเร่งเยียวยา และยังมีบ้านเรือนอีก 64 หลังที่เสียหายทั้งหลัง ถือว่าเสียหายอย่างหนักมากและหากดูตามกฎหมายแล้วก็จะได้รับค่าชดเชยมากพอสมควรเพราะฉะนั้นเพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องรับไปดูแล
นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือในอำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งแม้จะโดนช้ากว่าอำเภอแม่สาย แต่ก็หนักเช่นกัน ดังนั้นถ้าเครื่องจักรหนัก เครื่องจักรเบาและอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าที่อำเภอแม่สายเพียงพอแล้ว ก็ขอให้ขนไปช่วยที่อำเภอเมือง แต่ก่อนจะขนย้ายจะต้องมีการพิจารณาว่าที่อำเภอแม่สายเพียงพอแล้วหรือไม่ เพราะไม่ต้องการ ให้เกิดเหตุการณ์ว่าถ้าย้ายไปแล้วที่อำเภอแแม่สายจะทำให้ขาดแคลนอุปกรณ์ จึงอยากให้ที่แม่สายจบเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีนั่งรถจีเอ็มซีของทหารเข้ามาในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีอัพเดตข้อมูลตลอดเวลา ตามจุดต่างๆที่รถขับผ่าน กับนายอำเภอแม่สาย เรื่องการทำงานขณะเดียวกันก็ได้สอบถามถึงการทำงาน รวมทั้งเครื่องจักรของทางกองทัพจากพล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ซึ่งได้รายงานและอัพเดตข้อมูลอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ระหว่างการเดินทางนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรียังได้ให้กำลังใจกับชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติงานกันอย่างแข่งขัน โดยนายกรัฐมนตรีได้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ และให้กำลังใจและบอกกับชาวบ้านว่าขอให้อดทนอีกสักระยะหนึ่ง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งและพยายามเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรี ยังสั่งให้ สส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่เชียงราย ไปตรวจเช็ครายละเอียดเรื่องของเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ ยาต่างๆที่จำเป็นเพื่อนำมาให้กับประชาชนในพื้นที่รวมทั้งสอบถามว่ายังขาดเหลืออะไรและมีสิ่งของที่ยังต้องการอะไรเพิ่มเติม เพื่อจะได้เร่งดำเนินการจัดส่งมาให้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าในการลงพื้นที่ 2 ที่จังหวัดเชียงรายโดยเฉพาะที่อำเภอแม่สาย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดในขณะนี้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ไม่ได้เดินทางร่วมคณะ มีเพียงผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายอำเภอแม่สาย สส.ในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติเท่านั้น โดยมีรายงานว่า สร้างความไม่พอใจให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมหาดไทยเป็นอย่างมาก โดยมีการกล่าวกับคนใกล้ชิดว่า แม้จะใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว แต่เมื่อประชาชนเดือดร้อนก็ควรที่จะปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ก่อน
ต่อมาเวลา 09.55 น. น.ส.แพทองธาร เดินทางถึงบ้านเกาะทราย พร้อมลงเดินลุยโคลนเข้ามาในซอยบ้านเกาะทราย 9 โดยได้ให้กำลังใจทหารกองบัญชาการทหารพัฒนา ที่กำลังช่วยกวาดดินโคลนออกจากบ้านเรือนประชาชน จากนั้นรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์และแนวทางการฟื้นฟูในพื้นที่ จากนั้นนายกฯได้เข้าไปเยี่ยมบ้านประชาชนที่ได้รับผลกระทบและพูดคุยสอบถามถึงขั้นตอนการขูดโคลนและใช้เครื่องดันน้ำแรงดันสูงฉีดโคลนออกจากบ้านเรือน
นายกรัฐมนตรี ยังได้เข้าไปเยี่ยมเยียนบ้านประชาชนที่ได้รับความเสียหายและมีดินโคลนเข้าภายในบ้านจำนวนมาก โดยประชาชน ถึงกับร้องไห้เข้าสวมกอดนายกฯพร้อมเล่าถึงความเดือดร้อน ทำให้นายกฯน้ำตาคลอ ก่อนที่นายกฯได้ทักทายผู้สูงอายุที่หน่วยแพทย์ทหารได้เข้ามาตรวจสุขภาพ วัดความดันให้ โดยนายกฯกล่าวให้กำลังใจคุณยาย ขอให้มีกำลังใจนะ วันนี้มากันหมดเลยทั้งนายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรี ช่วยแน่นอน และมีสาธารณสุขคอยดูแลเรื่องยา
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้เข้าไปเยี่ยมคุณยายตาล หงศ์คำ อายุ 80 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งคุณยายถึงกับร้องไห้โฮและยกมือไหว้ท่วมหัวหลังจากได้เจอนายกฯ พร้อมกล่าวว่า ไม่คิดว่าชีวิตยายจะได้เจอกับนายกฯ ซึ่งนางสาวแพทองธารได้สอบถามถึงอาการป่วยและแพทย์ที่เข้ามาดูแลและจ่ายยาให้กับคุณยายถึงบ้าน เนื่องจากไม่ยอมออกจากบ้านตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ นายกฯ กล่าวว่า “ให้กำลังใจยายนะ ไม่เป็นไรทุกคนเข้ามาช่วยทั้งหมด และขอยืนยันว่าเท่าที่พูดคุยกับทหารจะไม่มีใครออกจากพื้นที่ จะดูให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนและเร่งทำงาน อีกทั้งรัฐบาลดูแลเรื่องของการจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งเงินมาถึงมืออย่างแน่นอน ” พร้อมให้กำลังใจและขอให้คุณยายทานยาอย่างต่อเนื่อง และชมว่าอายุขณะนี้ถือว่าเก่งแล้วที่ยังแข็งแรงอยู่ พร้อมเตือนว่าที่เป็นโรคความดันและเบาหวานผลไม้ก็มีน้ำตาลเยอะขอให้ระวัง นายกฯยังมอบยารักษาโรคประจำตัวให้คุณยาย ก่อนเดินมาพบกับกลุ่มนักเรียนโรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ ที่มาช่วยทำความสะอาดในพื้นที่ นายกฯจึงให้กำลังใจในการทำงานช่วยเหลือประชาชน
นอกจากนี้ นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอกของทีมหมูป่า ได้ยื่นข้อเสนอถึงนายกฯ ขอให้ช่วยประสานงานจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และฟื้นฟูจิตใจเด็กและเยาวชนในชุมชนผู้ประสบภัย รวมถึงให้ตั้ง ศปช. ชุมชน ทำงานร่วมกับ ศปช. ส่วนหน้า และช่วงปิดภาคเรียนขอให้มีมาตรการกระตุ้นสนับสนุนเยาวชนในพื้นที่ที่ประสบภัยได้เป็นจิตอาสาเพื่อมีรายได้พิเศษจากการทำงานช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชน
จากนั้นนายกฯพร้อมคณะเดินทางไปยังวัดพรหมวิหาร อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พบปะให้กําลังใจ และมอบเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย ๆ ละ 29,700 บาท และหัวหน้าครอบครัว จำนวน 1 ราย จำนวนเงิน 59,400บาท มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอำเภอแม่สาย บ้านเสียหายจำนวน 50 ครอบครัว เป็นเงิน 2,475,000 บาท มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 อำเภอแม่สายจำนวน 222 ครัวเรือนเป็นเงิน 1,110,000 บาทถ้วน มอบชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านเรือนให้กับผู้ประสบภัย และมอบผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก จำนวน 102 ห่อใหญ่ จากเงินส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี

