วันที่ 9 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุมีพรรคการเมืองติดต่อผ่านนายวิษณุ เพื่อพูดคุยถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังเดือนเม.ย.นี้ว่า มีบางพรรคติดต่อมาแต่ไม่มาก และได้ส่งเรื่องให้คสช.พิจารณา เพราะเป็นอำนาจของคสช. ซึ่งการพูดคุยทำได้โดยไม่ต้องรอให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญประกาศใช้ พูดคุยและเจอกันทุกวันได้ ไม่เป็นปัญหา แต่ยังไม่ถึงขั้นพูดคุยกำหนดวันเลือกตั้งเพราะต้องรอให้กฎหมายลูกประกาศใช้ และมีทุกฝ่ายเข้าร่วมหารือตามคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 กำหนด
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวพรรคเพื่อไทยอาจจะไม่เข้าร่วมพูดคุยด้วยเนื่องจากคสช.ไม่มีอำนาจกำหนดการเลือกตั้งนั้น ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหาหากพรรคใหญ่จะไม่เข้าร่วม และหากมีพรรคจำนวนน้อยก็ยังไม่ต้องจัดหรือพบกันก็ได้ ทั้งนี้ ยังไม่รู้ว่าจะกำหนดวันพูดคุยกันเมื่อใด ส่วนที่พรรคอยากพบก่อนเพื่อสอบถามรัฐบาลถึงความชัดเจนเกี่ยวกับคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 นั้นทำได้หรือจะไปพบกับกกต.และคสช.ก็ได้ตามที่เคยคุยกันเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ถ้าคิดว่าจะต้องพบคสช. ให้แจ้งมา ทุกอย่างอะลุ้มอะล่วย ไม่ได้บังคับตายตัวเพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นฝ่ายนัดแต่เป็นฝ่ายการเมืองที่อยากพบ
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนการพบกันตามที่คสช.กำหนด คาดว่าเป็นเดือนมิ.ย.นี้ ซึ่งรายละเอียดเขียนไว้ว่าอาจเชิญพรรคมาด้วยก็ได้ หากไปเขียนว่าต้องให้มีผู้แทนพรรคกด้วย แล้วพรรคไม่มา การประชุมจะเป็นโมฆะ ซึ่งเจตนาในคำสั่งคสช.ระบุว่าพูดคุยถึงโรดแม็ป รวมทั้งสิ่งที่ยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจน และรับฟังความเห็นว่าจะปลดล็อกเมื่อใดหลังจากกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะเริ่มการเลือกตั้งได้เมื่อใด ซึ่งรัฐบาลจะเป็นคนออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง โดยกกต.เป็นคนกำหนดวันเลือกตั้ง ดังนั้น ต้องมาพูดคุยเพื่อรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย
นายวิษณุ กล่าวว่า ในวันที่พูดคุย อาจจะได้วันเลือกตั้งเลยหรือไม่ก็ได้ ที่ผ่านมากกต.สามารถพิจารณาวันด้วยตัวเองได้ และครั้งนี้จะทำเองก็ได้ แต่เมื่อบ้านเมืองไม่ปกติ มีคำสั่งคสช. จึงให้มาพูดคุย หันหน้าเข้าหากันว่าจะเอาอย่างไร เพราะถ้ามีใครไม่เห็นด้วย กกต.ก็กำหนดวันไม่ได้ จึงต้องคุยกัน เมื่อคุยแล้วทั้งหมดกกต.เป็นผู้ชนะเด็ดขาด
รองนายกฯ กล่าวกรณีพรรคการเมืองมองว่าการลงพื้นที่ของรัฐบาลเป็นการหาเสียงล่วงหน้าและอาจเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบว่า เป็นเรื่องที่พรรคมอง แต่รัฐบาลมองว่าลงไปปฎิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งคนเป็นรัฐบาลอาจจะได้เปรียบคนอื่นอยู่บ้างเป็นธรรมดา เหมือนรัฐบาลจะยุบสภาก่อนเลือกตั้งก็ลงพื้นที่หาเสียงให้หนักขณะที่พรรคอื่นยังไม่รู้ว่าจะยุบสภา ซึ่งได้เปรียบอยู่แล้ว คนเป็นรัฐบาลมีอำนาจและหน้าที่ตรงนี้อยู่ทุกยุคทุกสมัย และวันนี้พรรคใดอยากลงพื้นที่ก็ลงได้ หากไม่ลงไปเพื่อทำกิจกรรมการเมือง ซึ่งรัฐบาลก็รู้ว่ามีลงพื้นที่อยู่แล้ว
เมื่อถามว่านายธราธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่จ.ตรัง เป็นการจัดกิจกรรมทางการเมืองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องแยกว่าป็นการปราศรัย ไปบรรยาย ซึ่งรัฐบาลคงไม่บอกว่าผิดหรือไม่ เพราะจะรู้ได้เองว่า ถ้าล้ำเส้นไป เจ้าหน้าที่จะไปเตือน ส่วนการไปรับฟังความเห็นประชาชน ทำได้และทำกันทั้งนั้น ซึ่งรัฐบาลก็รู้ว่าใครไปพบกับใคร ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวว่าคนในรัฐบาลจะตั้งพรรค รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ