“โฆษกรัฐบาล” แจงปมดราม่า แม่น้ำ 4 สาย หลัง”นายกฯ“ระบุ ไปลงแม่โขง ชี้ เว้นวรรคช่องไฟ ไม่ห่างพอ เชื่อ เข้าต้นหนาว สถานการณ์ไม่น่ากังวล
เวลา 08.00 น.วันที่ 12 ต.ค.2567 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เสียงจากใจ…ไทยคู่ฟ้า” สรุปงานรอบสัปดาห์ของรัฐบาล ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย 92.5 เมกกะเฮิร์ต ว่า การจัดรายการเพื่อนำบรรยากาศปฏิบัติภารกิจในรอบสัปดาห์ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาบอกเล่าให้กับประชาชนได้รับทราบ เช่น สถานการณ์น้ำท่วม เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ที่ขณะนี้ในจังหวัดเชียงรายได้เร่งฟื้นฟูเพื่อให้กลับเข้าสู่สภาพปกติ
สำหรับการเยียวยาพื้นที่น้ำท่วม จากเดิมจ่ายเยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาท ครม.เห็นชอบและปรับปรุงอนุมัติจ่าย 9,000 บาท ใน 54 จังหวัด และไม่ปิดกั้นการช่วยเหลืออื่น เช่น ซ่อมบ้านที่เสียหายเกิน 70% 2.3 แสนบาท กรณีมีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะเยียวยาด้วย โดยศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช.จะเข้าไปบริหารจัดการช่วยเหลือประชาชน และสัปดาห์หน้าจะเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว ทาง ศปช.เตือน ภาคใต้ตอนบนต้องเตรียมพร้อมอุปกรณ์ในการเฝ้าระวังและดูแลประชาชน
นายจิรายุ กล่าวว่า ส่วนประเด็นดราม่าเรื่องที่นายกฯ พูดถึงสถานการณ์น้ำหลังการประชุมครม.เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ระบุแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ไปลงแม่น้ำโขง ต้องชี้แจงว่าจริงๆ แล้วนายกฯ อาจจะเว้นวรรค เว้นช่องไฟไม่ห่างพอ โดยพูดถึง2 ประเด็นมารวมกัน ต้องอธิบายว่าน้ำที่ท่วมแม่สาย เชียงแสน บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ถ้าหันหน้ามองไปฝั่งตรงข้ามคือ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา คือแม่น้ำสาย ที่จะไหลไปรวมในแม่น้ำโขง ตรงนี้สถานการณ์ดีขึ้นไม่เอ่อท่วม
แต่น้ำที่ท่วมในตัวเมืองเชียงราย คือ แม่น้ำแม่กก ส่วนแม่น้ำปิงใน จ.เชียงใหม่ จะไหลไปที่ จ.ลำพูน แม่น้ำวัง จ.ลำปาง ขณะที่ฝั่งตะวันตกจะไปลงที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และจะลงไปรวมที่ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ลงสู่เหนือตอนล่าง กลางตอนบน แต่นายกฯ อาจเว้นช่องไฟไม่ห่างพอ และสัปดาห์นี้น้ำจากเหนือจะทยอยมาภาคกลาง แต่ไม่น่ากังวลใจเหมือนปี 2554 เนื่องจากการบริหารจัดการในครั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถผ่านไปได้ด้วยดี