ทักษิณ เย้ย ‘พิธา’ บินกลับจากเมืองนอกมาช่วย เพราะกลัวแพ้ ลั่นเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทย ได้ไม่ต่ำกว่า 200 แย้มปรับค่าแรง 400 และ 700 บาท ปรับเงินเดือน 2.5 หมื่น ออกโครงการผ่อนบ้านเดือนละ 4 พัน
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 14 พ.ย.2567 ที่สนามทุ่งศรีเมือง อ.ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกฯ ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย นายศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี ในนามพรรคเพื่อไทยหาเสียง โดยมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยกว่า 20,000 คน
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าไม่ได้เห็นภาพแบบนี้นานแล้ว คนหลายหมื่นคนกลางทุ่งศรีเมือง และนายทักษิณ ประกาศแล้วว่าทักษิณมา พ่อค้ายาเสพติดต้องหมดไป ระวังตัวให้ดี มึงจะได้รู้ว่าไผเป็นไผ ฉะนั้น ใครยังค้ายาเสพติดอยู่ ขอให้เลิกได้แล้ว
จากนั้น 17.10 น. นายทักษิณ มาถึงเวทีปราศรัย โดยนายสุทิน คลังแสง และนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้าไปต้อนรับ

จากนั้น นายทักษิณ ปราศรัยว่า ชาวอุดรธานียังคิดถึงตนอยู่ ที่ตนมาเพราะจะมาขอบคุณที่ไม่เคยลืมตน และ 17 ปีที่ไม่เคยลืม วันนี้คนไทยเป็นหนี้กันเยอะ เพราะรายได้ต่ำรายจ่ายสูง รัฐบาลจะทำให้หนี้ประชาชนเบาลง คนไทยทุกคน ทุกครอบครัวถ้ามีงานทำต้องมีบ้านอยู่ได้ทุกคน ฉะนั้น จะต้องสร้างบ้านให้คนไทยอยู่ทุกคน
ถ้าเราทำเศรษฐกิจให้ดี ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท และ 700 บาท ในโอกาสต่อไป ปรับเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท ในโอกาสต่อไป ในตอนนั้น ใครอยากมีบ้านก็ได้บ้านไม่ต้องดาวน์ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นและเห็นได้ในรัฐบาลนี้
นายทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้นักร้องเยอะ พูดอะไรต้องระวัง ประเทศไทยแปลก คนไม่ทำมาหากิน แต่มีรายได้มากกว่าคนที่ทำมาหากิน เพราะนักร้องมีหลายประเภท ทั้งรับจ้างนายมาและเป็นอิสระหารายได้เอง เนื่องจากมีกฎหมายที่อนุญาตให้ใครทำอะไร ฉะนั้น ตนต้องระวัง จนทำงานอะไรไม่ได้ ซึ่งทุกข์ของประชาชนสำคัญกว่า

นายทักษิณ กล่าวด้วยว่า รู้หรือไม่ว่าทำไมคนบ้านนอกไม่มีเงิน เป็นเหมือนปลาที่ถูกดูดน้ำออกไป พรรคเพื่อไทยจึงนำเงินเติมเข้าไปใหม่ เพื่อให้ปลาอยู่ได้ โดยเงินแรกที่เติมเข้าไปก็คือ เงินคนละหมื่นบาท ไม่ได้ให้เอาไปทำอะไร ให้เอาไปใช้ จับจ่ายใช้สอย เราจะเติมจนกว่าเม็ดเงินอยู่ในระบบเศรษฐกิจเพียงพอ จนทำให้คนต่างจังหวัดมีเงินใช้ เพราะคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ
นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ถ้าไม่ปฏิวัติตนวันนั้น ก็หายจนไปนานแล้ว อุตส่าห์ปฏิวัติตั้ง 2 รอบ นึกว่าจะแก้ปัญหาได้ กลับสร้างปัญหาขึ้นมาอีก วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องเอาความสุข ความมั่งคั่งของคนไทยกลับคืนมา ตอนนี้รถไฟความเร็วสูงจากจีนมาถึงลาวแล้ว เดี๋ยวจะต่อเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งต้องผ่านอุดรธานี
“เชื่อว่าในปีหน้ารัฐบาลไทย-จีนจะครบรอบความสัมพันธ์ 50 ปี คงจะมีข่าวดีให้คนไทยว่ารถไฟความเร็วสูงจากอุดรไปจีนจะเกิดขึ้นแล้ว เชื่อว่าคนอุดรจะได้ประโยชน์ อาจมีสถานีใหญ่อยู่ที่อุดร อาจจะผ่านพื้นที่จัดงานพืชสวนโลก ซึ่งนายกฯได้สั่งให้กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการ เพื่อให้พืชสวนโลกเป็นที่พักผ่อนของคนอุดร” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวด้วยว่า ในอนาคตไต้หวัน จีน อเมริกา ก็อยากมาตั้งโรงงานในไทย รวมถึงตั้งศูนย์ข้อมูล สิ่งที่ตามมาคือการฝึกเด็กรุ่นใหม่ให้เก่งขึ้น เพื่อรองรับสิ่งเหล่านี้ รวมถึงเรื่องเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ซึ่งในอนาคตไทยจะเป็นศูนย์กลางเอไอ
นายทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้ทำอะไรรัฐบาลทำอะไรก็เหนื่อย เพราะนักร้องเยอะ หนวกหูหน่อย นักลงทุนต่างประเทศเดินแถวเข้ามาพบตรงเยอะมาก พอมีข่าวเขาก็กังวล ตนจึงบอกอย่าใส่ใจเลย เพราะประเทศไทยมีสถาบัน สิ่งที่เราทำคือคำนึงถึงหลักกฎหมายและจริยธรรมเต็มที่ ตนกล้าบอกในฐานะสันทัดนักการเมืองมานาน การันตีว่ารัฐบาลนี้อยู่ครบเทอม ฉะนั้น ใครจะลงทุนมั่นใจได้ และคนอุดรธานีจะเลือกต่อให้อีกหนึ่งเทอม เราเป็นหัวใจเดียวกัน ฉะนั้น กลับมาอยู่ด้วยกัน สนับสนุนกัน
“ผมเจอฝรั่งมีเมียอีสานเยอะ คนอุดรก็เยอะจะต้องมีเสน่ห์ วันหลังต้องศึกษาว่าสาวอุดรมีอะไรดีฝรั่งจึงมาติด อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง ต่อไปฝรั่งจะมาเกษียณเมืองไทย หนุ่มไทยบางคนทิ้งเมีย เมียก็เลยได้ผัวฝรั่ง ฝรั่งบางคนใส่เสื้อแดงมาเลยเพราะเมียกับลูกเป็นคนเสื้อแดง ฉะนั้นคนอุดรมีอะไรดีแน่นอน เมื่ออุดรเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง ก็แสดงว่าเสื้อแดงมีอะไรดี” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า ตนอยู่เมืองนอกมา 17 ปีเกือบตายเพราะโดนพวกมันแกล้งมาตลอด ครั้งแรกก็โมโห ครั้งที่สองก็รู้สึกอะไรวะ วันนี้ที่เล่าให้ฟัง เพราะกฎหมายที่ออกมาเฮงซวย เพราะมันเขียนกฎหมายไปเห็นหน้าตนไป จะกันยังไงดี สุดท้ายก็ต้องกันที่ประชาชน ประชาชนเขายังคิดถึงตนอยู่
เลือกตั้งทีไรก็ชนะ คราวที่แล้วมีอุบัติเหตุนิดหน่อย รับรองคราวหน้าไม่มีแพ้ ประเมินแบบผู้สันทัดกรณีเลือกตั้งคราวหน้าเพื่อไทยไม่มีต่ำกว่า 200 เสียง ยังไม่เลือกตั้งแต่ดูจากความตั้งใจของนายกฯ และแผนงาน รับรองเลยว่าสบายมาก ไม่ต้องอาศัยพระเอกหนังเกาหลีมาช่วย ก่อนถามว่า คู่แข่งคือเบอร์หนึ่งใช่หรือไม่
“นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล อุตส่าห์บินจากอเมริกามา เพราะกลัวแพ้ อีกทั้งเขาต้องพิมพ์รูปคู่ทั้งกับนายพิธาและเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขณะที่นายศราวุธลงรูปเดียวคู่กับนายกฯอิ๊งค์ ไม่ต้องใช้รูปคู่กับผม มันได้เปรียบเห็นหรือไม่ เพราะเขาต้องพิมพ์สองต่อ เราประหยัดกว่า” นายทักษิณ กล่าว
นายทักษิณ กล่าวด้วยว่า เวลามาอยู่กับพี่น้อง หนุ่มขึ้นเพราะหัวใจไม่สะออน ตนบอกได้เลยว่าตนในฐานะอดีตนายกฯ ในฐานะเป็นหนี้ประชาชน ไม่เคยลืมมาตลอด 17 ปี พร้อมใช้สมองช่วยประเทศเพื่อให้พี่น้องได้ฟื้นจากความยากลำบากที่ผ่านมา จะต้องทำให้มีตังค์ใช้ในอนาคต มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
“สองปีครึ่งจากนี้จะเป็นปีที่งานหนักมาก ให้นายก อบจ.มาช่วยอีกทางหนึ่ง รัฐบาลส่วนกลางและท้องถิ่นจะได้เชื่อมกันได้ ฝากป๊อบ ศราวุธ เพื่อให้มาเป็นนายก อบจ. เพื่อประสานงานรัฐบาลมาพัฒนาท้องถิ่นเพื่อพี่น้องคนอุดร อย่าให้ผมอาย ต้องชนะให้ขาด อย่าให้อาย เดี๋ยวผมไม่กล้ามาอุดร” นายทักษิณ กล่าว