ผู้ช่วยรมต.กต. แจง ประชาชนเข้าชื่อ ยกเลิก MOU 44 ไม่ได้ ชี้ ฉีก MOU ส่งผลเสียต่อเรื่องอธิปไตย บั่นทอนความน่าเชื่อถือของประเทศ

วันที่ 20 พ.ย. 2567 นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีมีผู้เข้าชื่อเพื่อขอให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา ปี 2544 หรือ MOU 44 ซึ่งเป็นกรอบและกลไกการเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกันระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า MOU 44 ถือเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งไม่มีระเบียบหรือกฎหมายภายในใดที่ระบุให้สามารถเข้าชื่อกัน เพื่อขอให้ยกเลิกได้

ดังนั้น หากผู้ใดต้องการให้ยกเลิก MOU 44 จะต้องสนับสนุนเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายยกเลิก MOU 44 ให้ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาล ตามผลการเลือกตั้งทั่วไป และตามวิถีทางประชาธิปไตย

การยกเลิก MOU 44 อาจทำได้ด้วยการบอกเลิกโดยรัฐบาลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่หากฝ่ายอีกหนึ่งไม่ยอมรับก็ยังถือว่ามีผลอยู่ และคู่ภาคียังคงต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่เกี่ยวข้อง หากไม่ปฏิบัติตามจะเป็นการละเมิด ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ รวมทั้งต่อประชาคมโลกได้

ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศที่บอกเลิกตามลำพัง เสื่อมเสียความน่าเชื่อถือ ไม่เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาใดๆ ที่จะมีขึ้นในอนาคตกับประเทศต่างๆ ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน ฯลฯ ที่จะมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศด้วย

นายรัศม์ กล่าวต่อว่า การยกเลิก MOU 44 ไม่ได้ทำให้ปัญหาที่มีอยู่หายไปแต่อย่างใด และเส้นอ้างสิทธิของกัมพูชาก็ยังคงอยู่ดังเดิม ที่นับวันจะยิ่งสุ่มเสี่ยงสร้างปัญหาในเรื่องอธิปไตยยิ่งขึ้นด้วย หากไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น รวมทั้งไม่สามารถนำทรัพยากรที่มีค่ามหาศาลใต้ผืนน้ำมาใช้ได้ หากไม่มีการเจรจาตกลงกันก่อน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ดังนั้น การยกเลิก MOU 44 จึงย่อมนำซึ่งผลเสียมากกว่า ย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้เห็นพ้องตามหลายรัฐบาลก่อนหน้านี้ ในการดำเนินการตาม MOU 44 ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ ทั้งในเรื่องอธิปไตย และการยกระดับสร้างความกินดีอยู่ดีเจริญรุ่งเรืองแก่ประชาชนชาวไทยทั้งปวง ซึ่งแม้จะมีบางรัฐบาลมีแนวคิดให้ศึกษาการยกเลิก MOU ในหลักการ แต่เมื่อการศึกษาพบว่า MOU 44 มีข้อดีมากกว่า ต่อมาในคณะรัฐมนตรีชุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ จึงมีมติให้คง MOU 44 ไว้

“ท้ายที่สุดผลการเจรจาตาม MOU 44 จะต้องได้การยอมรับจากประชาชนผ่านกระบวนการเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของใครเพียงบางคน แต่เป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศ ผ่านทางตัวแทนตามระบอบประชาธิปไตย” นายรัศม์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน