ศาลยกฟ้อง ‘ก้าวไกล’ ฟ้องหมิ่น ณฐพร อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งเท็จ ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย 20 ล้าน
เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2567 ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.308/2564 ที่พรรคก้าวไกล เป็นโจทก์ฟ้องนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นจำเลย ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ, หมิ่นประมาท พร้อมเรียกค่าเสียหาย 20,062,475 บาท
กรณีนายณฐพร ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวหาว่า พรรคก้าวไกลละเมิดพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ทำให้พรรคก้าวไกลต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง
โดยจำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่นำสืบมาว่า ก็ยังไม่มีข้อเท็จจริงให้เห็นว่า โจทก์ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแต่อย่างใด
นอกจากนี้ที่โจทก์อ้างว่า คำวินิจฉัยที่ 1/2563 ของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เห็นว่าเป็นเรื่องระหว่างจำเลยเป็นผู้ร้อง โดยมีพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้ร้อง ซึ่งจำเลยร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง
จึงฟังได้ว่า เป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื่องจากการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองฯ ย่อมร้ายแรงกว่าการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ดังนั้น การที่จำเลยยื่นหนังสือต่อประธาน คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ขอให้พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย กรณีพรรคก้าวไกล กระทำผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 45 และมาตรา 92(2)(3) เพื่อพิจารณายื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา จึงมีเหตุผลเพียงพอสำหรับจำเลยในการยื่นคำร้องเพื่อให้พิจารณาว่า พรรคก้าวไกล กระทำผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่
การกระทำของจำเลย จึงมีเจตนาเพื่อให้มีการพิจารณาคำร้องไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และหมิ่นประมาทการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิด จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจึงไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ พิพากษายกฟ้อง