โรม บี้ ทักษิณ เข้าแจง กมธ.มั่นคง พิสูจน์ความบริสุทธิ์ ปมชั้น 14 ชี้ถ้ามาแล้วตอบได้ จะเป็นผลบวก ปัดวิจารณ์ “ยิ่งลักษณ์” กลับบ้าน หากใช้วิธีพิสดารก็รับไม่ได้
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 21 พ.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีเชิญนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมกมธ. ในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.)
โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า บุคคลที่เชิญจะมาหรือไม่นั้น จะทราบในเช้าวันพรุ่งนี้ว่า สุดท้ายแล้วจะมีใครมาบ้าง แต่ไม่ว่าจะมาหรือไม่มา แต่ข้อวิจารณ์ของสังคมได้เกิดขึ้นแล้ว
ฉะนั้น การที่บุคคลที่เชิญแล้วไม่มา ตนอยากให้ฝ่ายต่างๆ ที่ถูกเชิญพิจารณาด้วยข้อเท็จจริงว่า การไม่มาหมายความว่าคุณไม่มีโอกาสชี้แจง แต่หากคุณมา แสดงว่าคุณมั่นใจว่าสิ่งที่คุณทำเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการกระทำที่อยู่บนวิสัยที่ไม่ได้มีมาตรฐานพิเศษเหนือกว่าใคร
ตนจึงคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกังวล ในการที่คุณมาบอกกับกมธ.ว่า สิ่งที่คุณทำไปถูกต้องอย่างไร หรือกรณีของนายทักษิณที่กมธ.เชิญ ซึ่งสังคมคิดว่านายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ การมาชี้แจงถือเป็นโอกาส จะได้ลบข้อครหา ข้อวิจารณ์ต่างๆ ที่สังคมมีต่อนายทักษิณ
ตนคิดว่าหลายคำถามที่เราถามอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และพื้นฐานหลักกฎหมาย ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกังวลเลยว่า กมธ.จะเล่นการเมืองหรือไม่ กลั่นแกล้งกันหรือไม่
“ต่อให้คุณเชื่อแบบนั้น ถ้าคุณตอบคำถามได้ ผู้ที่ต้องการกลั่นแกล้งคุณก็จะถูกสะท้อนกลับไปที่ตัวเขาเอง สุดท้ายสังคมก็จะเชื่อในข้อเท็จจริงที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามอธิบาย มันก็จะจบอยู่ตรงนั้น ยืนยันว่าอยากให้มองเป็นโอกาส และถ้าสุดท้ายเขาเหล่านั้นไม่มา ข้อวิจารณ์ต่างๆ ก็เหมือนสังคมจะได้รับคำตอบแล้วว่า เรื่องชั้น 14 ความจริงคืออะไร” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่าการประชุมในครั้งนี้ จะไม่คว้าน้ำเหลวเหมือนครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การประชุมรอบที่แล้ว ตนไม่คิดว่าเป็นเรื่องคว้าน้ำเหลว แต่เราได้ข้อเท็จจริงหลายอย่าง และเชื่อว่าเป็นข้อเท็จจริงที่หลายฝ่ายไม่เคยทราบมาก่อน เช่น การพิจารณาใช้เวลาตัดสินใจเพียง 4 นาที , การที่ไม่มีแม้กระทั่งหมอที่มาดูอาการของนายทักษิณ สิ่งเหล่านี้ตนคิดว่าไม่คว้าน้ำเหลว
“ผมยังยืนยันว่าการไม่ได้คำตอบก็คือคำตอบอย่างหนึ่ง ฉะนั้น เมื่อคุณคิดว่าวิธีการที่จะทำให้กมธ.ไม่ได้รับคำตอบหรือไม่ให้ความร่วมมือ วิธีการเหล่านี้ มันคือคำตอบของประชาชน และคือคำตอบที่สังคมจะได้รับจากผู้มีอำนาจ ตนเชื่อว่าคำตอบที่ประชาชนได้รับ ไม่ได้เป็นผลดีต่อผู้มีอำนาจเลย ดังนั้น ควรใช้วิธีและโอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อการสร้างความเชื่อมั่นของระบบยุติธรรม” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่านายทักษิณมีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาชี้แจงกับกมธ. เพราะกมธ.ไม่สามารถให้คุณให้โทษกับนายทักษิณได้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กมธ.ให้คุณให้โทษกับนายทักษิณไม่ได้ แต่ตนคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนายทักษิณเอง ต้องยอมรับว่าวันนี้สังคมวิจารณ์เรื่องชั้น 14 เยอะมาก จากทุกฝ่ายและทุกทิศทุกทาง และนายทักษิณก็พูดเองว่าอยู่ในสถานะของการเป็นผู้ครอบครองรัฐบาล ครอบครองนายกรัฐมนตรี
ดังนั้น นายทักษิณก็จะเป็นตัวแปรสำคัญของความเป็นอยู่ของรัฐบาลนี้ไม่มากก็น้อย ถ้าทำให้สถานการณ์ทางการเมืองที่มีข้อวิจารณ์ต่อนายทักษิณและต่อรัฐบาลให้เบาลง การมาชี้แจงกมธ.ของนายทักษิณ ก็จะช่วยรัฐบาลได้
“สมมติว่าคุณทักษิณบริสุทธิ์ใจ มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด ไม่ได้ใช้บารมี พูดง่ายๆ คือป่วยจริงๆ ผมคิดว่ามันก็จะจบ และประชาชนก็จะไว้วางใจรัฐบาลมากขึ้น วันนี้เราต้องยอมรับว่า ปัญหาอย่างหนึ่งที่เป็นปัญหารากฐานสำคัญ คือ ประชาชนจำนวนมากไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะทำให้สุดท้ายรัฐบาลทำอะไรไปก็จะมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ตลอด เพราะคุณเริ่มต้นจากการสร้างความไม่ไว้วางใจที่ทำให้เรื่องชั้น 14 กลายเป็นเรื่องพิศวง
พวกเราประชุมมา 55 ครั้ง เราไม่เคยได้รับบรรยากาศการพิจารณาที่ดูยากขนาดนี้มาก่อน พอคุณทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องพิศวงและเป็นเรื่องต้องห้าม เป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิจารณาได้ สุดท้ายความไว้วางใจที่ประชาชนมองรัฐบาลก็จะมองว่า รัฐบาลพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่าการไม่มาชี้แจงกมธ. จะทำให้การกลับบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะยากขึ้นหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไกลไปที่จะพูด และวันนี้เราไม่ได้มองถึงการกลับบ้านของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เรามองเฉพาะการที่นายทักษิณไปอยู่ชั้น 14 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และถูกต้องหรือไม่ มาตรฐานแบบนี้จะถูกปรับใช้กับนักโทษคนอื่นที่มีปัญหาสุขภาพ อาจจะร้ายแรงหรือพอกับนายทักษิณได้หรือไม่
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่นายทักษิณระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะกลับบ้านในวันสงกรานต์ปีหน้า นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่อยากทำนายอะไรมาก เพราะเราอยู่บนพื้นฐานทางการเมืองที่ไม่แน่นอน ดังนั้น ต้องรอดูตามข้อเท็จจริงว่าสุดท้ายแล้ว จะมีกลไกทางกฎหมายอย่างไร ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์กลับมาก็ต้องดูว่าใช้วิธีการอะไร
ตนคิดว่าปัญหาการเมืองไทยมี และปัญหาที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนายทักษิณ ซึ่งความไม่ชอบธรรมก็มี แต่วิธีการที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ไม่ได้กลายเป็นนายทักษิณและครอบครัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความชอบธรรม หรือปัญหาทางการเมืองที่สับสนอยู่
ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดในเวลานี้ คือ ต้องพยายามหาทางออกและแก้ปัญหาทางการเมือง แต่ขณะเดียวกันการใช้วิธีพิสดารที่จะทำให้ตัวเองสามารถกลับประเทศได้ ก็คงเป็นวิธีการที่เราไม่สามารถยอมรับได้