ชูศักดิ์ งัด รธน. มาตรา 137 อ้างกฎหมายประชามติเข้าข่ายกฎหมายการเงิน ไม่ต้องรอ 180 วัน จ่อถกวิปรัฐบาล เชื่อฝ่ายค้านเอาด้วย

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 21 พ.ย.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ มีมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมติวุฒิสภาว่า มตินี้จะทำให้ไม่มีทางที่ 3 หมายความว่าเอาตามวุฒิสภาเลย ซึ่งเสียงข้างน้อยเอาตามสส.ใช้เสียงข้างมากธรรมดา

ทั้งหมดนี้จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งวุฒิสภาจะมีมติอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ด้วยแนวโน้มเขาคงเห็นตามกมธ.ร่วม สำหรับที่ประชุมสภาฯ ของเดิมเคยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใช้เสียงข้างมากธรรมดาเอกฉันท์ ไม่มีการคัดค้านเลย ตนคาดว่าสภาฯ คงจะยืนตามความเห็นเดิม แปลว่าไม่เห็นด้วยกับมติกมธ.ร่วม ให้ใช้มติของสภาฯ อันนี้ก็แปลทางรัฐธรรมนูญคือ กฎหมายนี้ต้องถูกยับยั้งไว้ ต้องรอ 180 วัน แล้วหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ กฎหมายระบุว่าถ้า 180 วันแล้ว หยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ ถ้าสมมติว่าสภาฯ ยืนตามความเห็นเดิมเสียงข้างมากธรรมดา ก็แปลว่าสภาฯ เห็นชอบตามสภาฯ ที่เคยมีมติไว้แต่เดิม รัฐธรรมนูญถือเอาสภาฯ เป็นหลัก ถ้าเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าสามารถนำเอาร่างนี้ที่สภาฯ เคยมีมติไว้แล้วนำขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธยได้เลยเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมาย

เมื่อถามว่าหากต้องรอ 180 วัน ท้ายที่สุดจะทำรัฐธรรมนูญใหม่ทันหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าทำประชามติ 3 ครั้งไม่ทันแน่นอน ขณะนี้รัฐบาลเหลือเวลาอยู่ 2 ปีเศษๆ คงไม่ทัน แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่า หากมีการย่นย่อ การทำประชามติเหลือ 2 ครั้งก็อาจจะทัน

ทั้งนี้ เรื่องการทำประชามติ 2 ครั้ง ความเห็นของสภาฯและพรรคการเมืองยังไม่ลงตัวนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเห็นของฝ่ายสภาที่เห็นว่าจะต้องมีการทำประชามติครั้งแรกโดยที่ยังไม่มีร่าง ซึ่งมีความหมายว่า เป็นการทำประชามติ 3 ครั้ง ตนและทีมงานจึงขอพูดคุยเรื่องนี้กับผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน ทั้งพรรคการเมืองและฝ่ายสภาฯ พูดง่ายๆว่าถ้าทำ 2 ครั้งได้ก็อาจทัน

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า หากใครได้ดูรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดจะพบว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 137 วรรคท้าย ระบุว่าหากเป็นกฎหมายการเงิน ระยะเวลา 180 วัน ให้ลดลงเหลือ 10 วัน ซึ่งตนมองว่ากฎหมายประชามติก็เป็นกฎหมายการเงิน เพราะต้องใช้งบประมาณทำประชามติ ตรงนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ฝากไว้ให้คิดกัน ซึ่งพวกเราจะนำเรื่องนี้มาคิดด้วยและนำเสนอคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ว่า ไม่จำเป็นต้องรอ 180 วัน

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้งใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ท้ายที่สุดก็ต้องเข้าไปวิปรัฐบาล ซึ่งจะหารือโดยเร็ว โดยตนจะคุยกับนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาลว่ามีประเด็นข้อกฎหมายตรงนี้ด้วย

“ผมเห็นในรัฐธรรมนูญมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีใครพูดเรื่อง 180 วัน ว่าอาจไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ ใครที่เป็นนักกฎหมายลองไปเปิดรัฐธรรมนูญมาตรา 137 วรรคท้าย ดูอาจจะทำประชามติทันก็ได้ แต่เท่าที่คิดกันในอดีตว่าหากไม่ทันจริงๆ ความคิดของพวกเรามองว่าก็ต้องดันไป อย่างน้อยขอให้มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือส.ส.ร.ให้เสร็จ เพื่อมายกร่างรัฐธรรมนูญรัฐฉบับใหม่ ก็ถือว่าเราทำหน้าที่ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะตรงนี้คือนโยบายของรัฐบาล” นายชูศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่ามีโอกาสที่จะหารือกับฝ่ายค้านด้วยหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีความตั้งใจจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น อะไรที่เป็นไปได้ ตนเชื่อว่าฝ่ายค้านจะให้ความร่วมมือ ได้ทำงานร่วมกันมา ตนก็ได้เห็นความตั้งใจของเขา ซึ่งรัฐบาลเองก็มีความตั้งใจเช่นกัน ซึ่งได้เขียนไว้ในนโยบายของรัฐบาลว่า จะเร่งรัดจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่าประเด็นที่ออกมาเกี่ยวกับพรรคร่วมรัฐบาลที่มีความเห็นต่างหรือไม่ นายชูศักดิ์ หัวเราะก่อนตอบว่า ไม่เอา ไม่อยากทะเลาะกับใคร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน