นิกร ย้ำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ บอกชัดทำประชามติก่อนลุยแก้รธน. ชี้ข้อเรียกร้องให้ประธานรัฐสภา เร่งบรรจุวาระ หวั่นถูกร้องทำขัดคำวินิจฉัยศาลรธน.
เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2567 นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงความพยายามตีความให้การทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ สามารถจัดทำได้เพียง 2 ครั้ง และมีการหารือกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้บรรจุวาระพิจารณาก่อนการทำประชามติ ว่า ตนมองว่าตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 11 มี.ค.2564 ที่ระบุให้รัฐบาลมีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติก่อน ว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ ต้องส่งให้ประชาชนลงประชามติอีกครั้ง
ดังนั้น การทำตามคำวินิจฉัยจำเป็นต้องทำประชามติสอบถามประชาชนก่อนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นถูกกำหนดเป็นสภาพบังคับ ว่าต้องทำประชามติรวม 3 ครั้ง โดยไม่มีทางใดให้เลี่ยงได้
นายนิกร กล่าวต่อว่า ส่วนการเข้าพบประธานรัฐสภาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองฯ ไม่มีผลให้ลดจำนวนทำประชามติ เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีผลผูกพันต่อรัฐสภา การไปเรียกร้องบังคับให้ประธานรัฐสภาบรรจุวาระให้ได้นั้น ประธานรัฐสภาอาจถูกร้องได้ว่ากระทำขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่มีใครรับผิดแทนประธานรัฐสภาได้
นายนิกร กล่าวด้วยว่า หากมีการบรรจุเนื้อหาและฝืนพิจารณา ขอให้คำนึงถึงเหตุการณ์ระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2564 ที่ สว.กังวลกับการลงคะแนนเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยเกรงว่าจะเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ในครั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาตั้งแต่การลงคะแนนเห็นชอบในวาระแรกชั้นรับหลักการได้ และหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ไม่สำเร็จ ต้องกลับไปนับหนึ่งในสมัยประชุมถัดไป ทั้งที่เวลาพิจารณาของรัฐสภาเหลือไม่มาก
นายนิกร กล่าวว่า ภารกิจการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนใหม่ให้สำเร็จ จำเป็นต้องรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดการประนีประนอมร่วมกัน เพราะถ้าทำขั้นตอนใดผิดพลาดล้มเหลว แทนที่จะเร็วขึ้นกลับจะกลายเป็นช้าลงไปอีกมากเหมือนที่เป็นมา จนจะไม่ทันการณ์อยู่แล้ว แม้จะลดธงเป้าหมายให้เหลือเพียงแค่ให้ได้แค่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็ตาม