“กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ” ยื่น ยูเอ็น เร่งกำหนดมาตรการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้านการเจรจาการค้า ชี้ รบ.แพทองธาร ออกกม.นิรโทษกรรมรวม ม.112

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 10 ธ.ค. 2567 ที่ สำนักงานสหประชาชาติ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และสหภาพคนทำงาน เข้ายื่นหนังสือต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อขอให้ปกป้องสิทธิมนุษยชนไทย รัฐบาลต้องนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 รวมถึงคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม

โดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กล่าวว่า ในระหว่างปี 2557-2566 รัฐบาลเผด็จการประยุทธ์ จันทร์โอชา ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงมีผู้ลี้ภัยการเมืองกว่า 300 คน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ถูกบังคับสูญหาย 9 คน ในปี 2563 นักศึกษา ประชาชนได้รวมตัวกันเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกษัตริย์ เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย แต่ถูกรัฐบาลปราบปรามอย่างรุนแรงด้วยการใช้มาตรา 112 หรือ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเป็นกฎหมายปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น ในวันที่24 พ.ย. 2563 มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 276 คน ใน 308 คดี มีผู้ถูกคุมขังทางการเมืองแล้ว 41 คน และเป็นข้อหาตามคดีมาตรา 112 จำนวน 26 คน ซึ่งไม่ได้รับสิทธิประกันตัว และอีก 17 คนที่คดีสิ้นสุดแล้ว
มาตรา 112 ไม่เพียงแต่จะเป็นกฎหมายละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน ผู้ถูกกล่าวหาด้วยมาตรา 112 ยังไม่ได้รับสิทธิการประกันตัวและไม่สามารถเข้าถึงการอำนวยความยุติธรรมอย่างเพียงพออีกด้วย ในกรณีอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน เป็นผู้ที่แสดงความคิดเห็นเพื่อการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ตามครรลองประชาธิปไตยถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ไม่ได้รับสิทธิการประกันตัว ถูกคุมขังยาวนานถึง 1 ปี 2 เดือน ในระหว่างการพิจารณาคดีนายอานนท์ นำภาขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ เพื่อเป็นหลักฐานต่อสู้คดี แต่ศาลไม่ออกหมายเรียกพยานให้ การใช้มาตรา 112 คุมขังนายอานนท์ นำภา และคนอื่นๆ จึงเป็นการควบคุมตัวโดยพลการ เป็นการละเมิดสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และการดำเนินคดี ตามมาตรา 112 เป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน

องค์กรสิทธิมนุษยชนในนามเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนได้รวบรวมรายชื่อ 35,905 รายชื่อ เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนิรโทษกรรมประชาชนที่เคยต่อสู้เพื่อสิทธิประชาธิปไตยหลังรัฐประหาร 2549 เป็นต้นมาโดยเป็นการนิรโทษกรรมทุกคดี รวมมาตรา 112 ซี่งมีความสำคัญต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยแต่รัฐบาลปฏิเสธที่จะนิรโทษกรรม มาตรา 112

นอกจากนี้ยังมีการละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้ใช้แรงงานอย่างรุนแรงอีกด้วย สหภาพคนทำงานได้รายงานสถานการณ์การจ้างงานภาครัฐทั้งในส่วนของราชการและรัฐวิสาหกิจ ด้วยการประมูลจากบริษัทรับเหมาช่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจ้างงานครูอัตราจ้างจำนวนกว่า 70,000 คน จากเดิมที่เป็นการจ้างงานสัญญาจ้างปีต่อปี จะเปลี่ยนเป็นการจ้างงานด้วยการประมูลจากบริษัทรับเหมาช่วงเช่นเดียวกันกับ การจ้างงานด้วยการประมูลพนักงานแม่บ้านทำความสะอาดในหน่วยงานรัฐ ที่ทำให้มีการละเมิดสิทธิแรงงานในด้านต่างๆ นอกจากนี้ในภาคขนส่งและการบริการยังมีการจ้างงานแพลตฟอร์ม เช่นไรเดอร์ว่า 400,000 คน ทำงานยาวนานชั่วโมง เสี่ยงอันตราย แต่ไม่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยที่ไม่อาจรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรอง เพื่อยกระดับสภาพการจ้างให้ดีขึ้นได้ ทั้งนี้รัฐบาลไทย ยังไม่ให้การรับรองอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศในเรื่องสิทธิสหภาพแรงงานและฉบับที่ 87( เสรีภาพการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงาน)และฉบับที่ 98 (การเจรจาต่อรอง ) ทำให้กฎหมายแรงงานของไทยล้าหลังในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของคนงาน ตั้งแต่ปี 2015ถึงปัจจุบัน พบว่ามีนักสหภาพแรงงานในประเทศไทยถูกเลิกจ้างและถูกกลั่นแกล้งฟ้องร้องดำเนินคดีในศาลด้วยข้อหาต่าง ๆ มากถึง 1,371 คน

เป็นที่น่าละอายเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แต่สถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทยกลับเลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้แสดงความยินดีที่ไทยได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน สำหรับปี 2568-2570 พร้อมให้คำมั่นว่าประเทศไทยจะส่งเสริมและเสริมสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชนของไทย และเป็นสะพานเชื่อมเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระดับโลก โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ในความเป็นจริงแล้วรัฐบาลแพทองธารกลับละเลยที่จะปกป้องสิทธิมนุษยชนตามคำมั่นสัญญา ด้วยการนิรโทษกรรมที่เป็นการยกเว้นมาตรา 112 ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติ ขณะที่พรรคการเมืองเสนอการแก้ไขมาตรา 112 กลับถูกยุบพรรคและตัดสิทธิการเมือง รวมทั้งรัฐบาลแพทองธารยัง เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานในการให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ 87/98

จึงขอเรียกร้องต่อ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและนานาชาติ ให้พิจารณาอย่างเร่งด่วนและกำหนดมาตรการทั้งในด้าน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและในด้านการเจรจาการค้า การลงทุน ระหว่างประเทศ ให้มีเงื่อนไขด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อให้รัฐบาลแพทองธารออกกฎหมายนิรโทษกรรมรวมมาตรา 112 เพื่อปล่อยนักโทษการเมืองทุกคน ประกันสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นด้วยการแก้ไขมาตรา 112 และรับรองอนุสัญญาระหว่างประเทศ 87/98 ตลอดจนแก้ไขกฎหมายแรงงานเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของพนักงานภาครัฐ ยกเลิกการจ้างงานผ่านการรับเหมาช่วงและการประมูลที่เป็นการกดขี่และการกีดกันสิทธิแรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้บรรจุครูอัตราจ้างและ พนักงานความสะอาด เป็นการจ้างงานประจำ ไม่มีการเลือกปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความแตกต่างในการจ้างงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน