สว. ยกมือพรึบ 153 เสียง ผ่านกม.ประชามติ ฉบับกมธ.ร่วม ยึดเสียงข้างมากสองชั้น นันทนาซัดเดือด ด้านนิกร บอกลืมได้เลย เลือกตั้งปี 70 ใช้รธน.ใหม่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่วมกัน พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีมติเห็นชอบร่างแก้ไขของวุฒิสภา ที่แก้ไขด้วยเกณฑ์ผ่านประชามติเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้เกณฑ์ผ่าน 2 ชั้น
คือต้องมีผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ใช้เสียง และมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามติ
อังคณาเชื่อสส.ยึดหลักชั้นเดียว
นางอังคณา นีละไพจิตร สว. อภิปรายว่า ที่ผ่านมาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องประชามติ ล้วนทำประชามติแบบเสียงข้างมากปกติทั้งสิ้น วันนี้เราตอบคำถามกับประชาชนไม่ได้ว่า ทำไมเราถึงใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น ทำไมสว.ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ประชามติ ที่ให้กลับมาใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนของการทำประชามติและนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญ สอดคล้องกับบริบทของสังคม วันนี้บทบาทของวุฒิสภาถูกจับตามองทั้งจากคนไทยและองค์การระหว่างประเทศ
“หวังว่า สว.จะพิจารณเรื่องนี้อย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ถึงแม้สว.ส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับเสียงข้างมาก 2 ชั้น แต่ดิฉันเชื่อมั่นว่า สส.จะยืนยันหลักการแก้ไขให้เป็นเสียงข้างมากชั้นเดียว แม้จะรออีก 6 เดือนจึงจะประกาศใช้ นั่นไม่เป็นปัญหา และวุฒิสภาอาจถูกกล่าวหาว่าการยืนยันให้ใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น เพื่อทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้าที่ไม่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย” นางอังคณา กล่าว
นันทนาซัดอย่าดัดจริต
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ร่างกฎหมายประชามติ ถูกนำมาใช้เป็นเกมการเมือง เพื่อยืดเยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป จนไม่เห็นอนาคต และครั้งนี้หากวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก 2 ชั้นซึ่งไม่เกินคาดหมาย และทางสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันเป็นเสียงข้างมากชั้นเดียว ก็จะต้องใช้เวลาพักร่างกฎหมาย 180 วัน ซึ่งจะนานไปถึงกลางปี 2568 อย่างนี้เรียว่าเกมยืดเยื้อหรือไม่ แล้วทำไมต้องยืดเยื้อ
“เป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจหรือเปล่า ที่หัวหน้าพรรคหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เร่งด่วน หลังจากนั้นการลงมติของวุฒิสภาก็ยืดเยื้อไป การลงมติเช่นนี้เป็นไปตามใบสั่งของใครหรือไม่ ดิฉันไม่ทราบ” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันการลงประชามติด้วยเสียงข้างมากชั้นเดียวอีกครั้ง คืออย่าสองมาตรฐาน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติมาด้วยเสียงข้างมากชั้นเดียว พอจะแก้ไขทำไมต้องใช้เสียงข้างมากสองชั้น ขอถามว่าประเทศไทยเคยใช้วิธีการเลือกด้วยเสียงข้างมากสองชั้นหรือไม่ และอยากบอกว่าอย่าดัดจริต อย่าสองมาตรฐาน
หลักการประชาธิปไตยเช่นนี้ใช้เสียงข้างมากธรรมดา การลงมติของสว. จะถูกจดจำไปตลอดว่าท่านเป็นผู้สนับสนุนการปกครองในระบบประชาธิปไตยแบบอารยะ หรือท่านเป็นผู้เหนี่ยงรั้งการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย
นิกรเหน็บลืมได้เลยปี70มีรธน.ใหม่
ด้านนายนิกร จำนง เลขานุการกมธ.ร่วม กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้มีรูรั่ว มีช่องว่าง กรณีหากสภาฯ พิจารณาแล้วมีข้อสรุปว่าจะแก้รัฐธรรมนูญจะใช้เพียงแค่เสียงข้างมากชั้นเดียว จะไม่ใช้หลักเกณฑ์เสียงข้างมากสองชั้น เช่นเดียวกันกรณีที่รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นฝ่ายเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะยึดเสียงข้างมากสองชั้น
ตนยังมีคำถามว่ากรณีประชาชนเข้าชื่อ 5 หมื่นชื่อเสนอต่อสภาฯ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญ แล้วสภาส่งต่อไปยังครม. ถามว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดออกเสียงประชามติ ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งหรือไม่
นายนิกร กล่าวต่อว่า วิปรัฐบาลมีมติไม่เห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ฉบับกมธ.ร่วมกัน แน่นอนว่า 180 วันรออยู่ เมื่อครบ 180 วัน จะนำเสนอให้สภาฯยืนยัน จากนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯ ส่วนการออกกฎหมายลูก เข้าใจว่ากกต. น่าจะใช้เวลา 1 เดือน พอกฎหมายประกาศใช้ก็เชิญสำนักงบประมาณ มาพูดคุยว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ เคาะมติครม. ต้องใช้เวลา 90-120 วัน โดยกระบวนการทั้งหมด 10 เดือนครึ่ง ตนคิดว่าเราจะได้ทำประชามติครั้งแรกในเดือน ม.ค.69 จากนั้น ก.พ. จึงจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256
“ดังนั้น เรื่องที่ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในปี70 ลืมไปได้เลย เหมือนจะให้พระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันตก เกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในเดือน เม.ย.69 คาดว่ามาตรา 256 จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา หากสว.ไม่ให้ผ่าน ซึ่งช่วงนั้นสภาปิด ต้องรอวันที่ 3 ก.ค. สภาเปิดสมัยประชุมสุดท้าย ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ทัน เท่ากับส.ส.ร.ก็ไม่ได้ ถามว่าท่านจะแบกรับไหวหรือไม่” นายนิกร กล่าว
ไอติมย้ำ2ชั้นเสี่ยงไม่เป็นธรรม
ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.ร่วม ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้นในการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ เสี่ยงเปิดช่องให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการทำประชามติ ทำให้ฝ่ายที่ไม่อยากให้ประชามติผ่าน มีช่องทางใหม่เอาชนะการทำประชามติ แทนที่จะเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิลงคะแนนไม่เห็นด้วย ก็ไปรณรงค์ให้ประชาชนนอนอยู่กับบ้าน ก็สามารถคว่ำประชามติได้
ที่ตลกร้ายกว่านั้น เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น จะทำให้ประชาชนมาใช้สิทธิออกเสียงน้อย เพราะไม่อยากให้ประชามติผ่าน ขัดกับหลักการเสียงข้างมาก 2 ชั้น ที่อยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเยอะๆ
“การลงมติของสว. หากต้องการยืนยันเสียงข้างมาก 2 ชั้น ขอให้ลงมติสนับสนุนด้วยใจจริง อย่าลงมติเพียงเพื่อต้องการใช้กลไก ยุทธศาสตร์ ชะลอหรือขัดขวาง เพราะไม่อยากให้การแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จ” นายพริษฐ์ กล่าว
สว.โต้เล่นเกมยื้อแก้รัฐธรรมนูญ
นายพิศิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.ในฐานะกมธ.ร่วมฯชี้แจงว่า จากนิด้าโพลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น มีเสียงเห็นด้วย 51.4% สนับสนุนให้ต้องมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงทำประชามติ และ 59.84% เห็นด้วยจะต้องมีเสียงเห็นชอบทำประชามติเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง
“ยืนยันว่า สว.ไม่มีเกมการเมืองยื้อแก้รัฐธรรมนูญ สว.ทุกคนมีอิสระในการคิด เลือก ไม่ได้สังกัดพรรค การระบุว่า หากกฎหมายประชามติต้องยื้อการบังคับใช้ออกไป 180 วัน อาจมีรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ทันการเลือกตั้งปี2570 นั้น ถามว่า ใครเป็นผู้กำหนดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นปี 2570 และถ้าใช้รัฐธรรมนูญใหม่ไม่ทันจริงๆ จะมีผลกระทบอะไรต่อประชาชน ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องรอง”นายพิศิษฐ์กล่าว
นายพิศิษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนการระบุว่า การใช้เสียงข้างมาก 2ชั้นเป็นการรณรงค์ให้คนนอนหลับทับสิทธินั้น ไม่เชื่อว่าจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนนอนหลับทับสิทธิ ไม่มีใครกล้าพูดแบบนี้แน่ เพราะบ่งบอกความไม่เป็นประชาธิปไตย สว.ไม่ต้องการพ.ร.บ.ประชามติที่ดีที่สุด แต่ต้องการได้พ.ร.บ.ประชามติที่ยืดหยุ่น สามารถนำไปใช้ได้ทุกสถานการณ์ ทั้งนี้เสียงข้างมาก 2 ชั้น จะใช้เฉพาะกรณีแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว
ตามคาด153เสียงผ่านกม.ประชามติฉบับกมธ.ร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก สว.อภิปรายแสดงความเห็นครบถ้วนแล้วได้ลงมติ ผลปรากฏว่า มติวุฒิสภา 153 เสียงเห็นด้วยกับกมธ.ร่วม ต่อ 24 เสียงและงดออกเสียง 13 เสียง
ทั้งนี้ ในขั้นตอนต่อไปต้องรอให้สภาฯลงมติในรายงานของกรรมาธิการร่วม ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดลงมติวันที่ 18 ธ.ค.นี้ หาก สส.ลงมติแย้งกับสว. จะเป็นผลให้ร่างพ.ร.บ.ประชามติ (ฉบับแก้ไข) ต้องถูกยับยั้งไว้ เป็นเวลา 180 วัน