อิ๊งค์ เข้าใจเด็กหลังห้อง บอก”พี่ก็เรียนไม่เก่ง” ดัน 1 อำเภอ 1 ทุน เปิดโอกาสเรียนเมืองนอก เล็งฟื้นกองทุน SML สมัยพ่อใหญ่ทักษิณ ลั่นไม่ได้หาเสียง
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 20 ธ.ค. 2567 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ติดตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOS) และโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) โดยตรงกับวัน Open House ของมหาวิทยาลัย ทำให้มีนักเรียน มีนิสิต นักศึกษา มาร่วมงานจำนวนมาก

โดยนายกฯ เยี่ยมชมบูธผลงานของนิสิต ที่ร่วมมือกับชุมชนผลิตผลงาน และอุดหนุนกระเป๋าผ้า กระเป๋าใส่ไอแพด ชุดสูทผ้าขาวม้า กิ๊ฟติดผมที่ทำจากเซรามิก ของดีของ อ.กันทรวิชัย

ขณะที่สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน งานเอกสารโบราณ ได้มอบป้ายชื่อที่เขียนว่า “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นอักษรธรรมอีสาน อักษรโบราณอีสาน ให้กับนายกฯ ส่วนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมอบสร้อยข้อมือหินลงน้ำทอง สร้อยคอเซรามิกเป็นที่ระลึก
จากนั้นนายกฯ เข้าห้องประชุมพบกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ร่วมกิจกรรม Open House และกล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มาเจอน้องๆ ขอบคุณที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตอนเดินเข้ามามีโอกาสได้เห็นผลงานของนิสิต ทุกคนสามารถมี create product หลายชิ้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัวและชุมชน ต้องขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้

นายกฯ กล่าวว่า ในปี 2568 รัฐบาลได้แถลงผลงาน 90 วันว่า จะเป็นปีแห่งโอกาส โดยโอกาสที่นักเรียนจะได้รับเป็นการต่อยอดนโยบายทุนการศึกษาจะกลับมา เรียกนโยบายนี้ว่า 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) เป็นการกระจายทุนการศึกษานี้ให้ถึง 878 อำเภอทั่วประเทศ รวมถึง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร
ต้องการจะให้โอกาสนี้ไปถึงทุกพื้นที่ของประเทศไทย และอยากให้โอกาสน้อง ไม่ใช่แค่ทุนในประเทศ
แต่เป็นทุนที่สามารถเรียนต่างประเทศด้วย ใครที่รู้ตัวว่าเรียนเก่ง มีแวว 1 อำเภอจะได้ 1 คนที่มีสิทธิ์ได้ไปเรียน และที่รัฐบาลส่งเสริม คือ การเรียนเกี่ยวกับธุรกิจในอนาคต อุตสาหกรรมในอนาคต AI เทคโนโลยีต่างๆ

“คนที่เรียนกลางๆ หรือเด็กหลังห้อง ไม่ใช่ท็อปเท็นในห้องขอให้ยกมือ เราพวกเดียวกัน ไม่ท็อปเท็นเหมือนกัน พี่ไม่ใช่เด็กที่เรียนเก่ง เรียนกลางๆ นั่งหลังห้อง ไม่ได้เรียบร้อยเท่าไหร่ และคิดว่าเราเข้าใจ เราอยากให้ทุนการศึกษาถึงน้องๆ ทุกคน แต่เด็กที่เรียนกลางๆ เราจะตัดโอกาสนี้หรือ พี่เลยคิดขึ้นมาจากแพสชั่นของตัวเองว่า อยากให้น้องได้มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ เรียนสั้นๆ หรือเรียกว่า ซัมเมอร์แคมป์ เรียนช่วงปิดเทอมใหญ่ 5 หรือ 6 สัปดาห์
อยากให้น้องที่ไม่ได้เรียนถึงขั้นท็อป มีแรงบันดาลใจ มีโอกาสได้ไปเรียนเมืองนอก ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ได้รู้ชีวิตวัฒนธรรม ตัวพี่เองได้ไปเลยรู้สึกเปิดโอกาส เปิดแรงบันดาลใจ เปิดมุมมองให้กับชีวิตอย่างมาก จึงอยากเอาตรงนี้เป็นโอกาสให้น้องมีโอกาสได้ไปซัมเมอร์แคมป์ในต่างประเทศ ในปี 2568 เป็นโอกาสที่รัฐบาลให้น้องๆ ได้ไปเมืองนอก ได้เรียน ได้ไปรู้วัฒนธรรมของเขา นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีข้างหน้านี้” น.ส.แพทองธาร กล่าว

จากนั้น นายกฯ เดินทักทายเด็กนักเรียน นิสิต นักศึกษา อย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางเสียงกรี๊ด แห่ถ่ายเซลฟี่ด้วยความตื่นเต้นที่ได้เจอนายกฯ
ต่อมา นายกฯ พบตัวแทนผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนประชาชน ที่สถาบันขงจื๊อ ได้เยี่ยมชมสินค้าโอทอปขึ้นชื่อของมหาสารคาม และอุดหนุนผ้าไหมมัดหมี่จากกลุ่มแม่บ้านมหาสารคาม 2 ผืน กระเป๋าลายผ้าไหม 5 ใบ เสื่อทอมือ 2 ผืน ซึ่งกลุ่มแม่บ้านกำลังทออยู่ยังไม่เสร็จ จึงฝากให้สส.พื้นที่ นำไปให้ในภายหลัง ขณะที่ผู้ว่าฯ มอบผ้าลายสร้อยดอกหมาก ลายประจำจังหวัดให้กับนายกฯ เป็นที่ระลึก

นายกฯ กล่าวทักทายสวัสดีด้วยสำเนียงอีสานว่า ดีใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เรามี สส. ใครรู้จักสส.ของเราบ้าง ยกมือ นี่เป็นเครื่องตรวจสอบว่า สส.เราดูแลจริงหรือไม่ ถ้าพี่น้องประชาชนไม่ยกมือสส.ก็ต้องโดนหักคะแนน
ทั้งนี้ ปีหน้ารัฐบาลประกาศไว้ว่า จะต้องเป็นปีแห่งโอกาส ใครได้ไร่ละ 1,000 บาทแล้วยกมือ ใครได้ 10,000 บาท เฟสแรกแล้วยกมือ และกลุ่มต่อไป คือ อายุ 60 ปีขึ้นไปได้แน่ก่อนตรุษจีน และเดี๋ยวเฟส 3 ที่เหลือจะตามมา

นายกฯ กล่าวหยอกล้ออย่างอารมณ์ดีว่า แล้วตรุษจีนปีนี้วันที่เท่าไหร่ ปลาย ม.ค. ต้นก.พ. คือช้าสุดแล้ว เมื่อก่อนสมัยพ่อใหญ่ทักษิณ สมัยรัฐบาลไทยรักไทย มี 1 อำเภอ 1 ทุน และมีกองทุนหมู่บ้าน เราจะเอาเรื่องกองทุนนั้นกลับมา ยืนยันว่ากองทุน SML ปี 68 มาแน่นอน จึงอยากให้ชาวบ้านคิดว่าหมู่บ้านตัวเองต้องการอะไร อยากลงทุนอะไร ซื้อเครื่องจักรอะไร จึงจะดีกับหมู่บ้านของเรา
“วันนี้ที่มาพูดให้ฟังไม่ได้หาเสียง แต่มาพูดเรื่องเรื่องจริงว่ากำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้า ตนและสส.ขอเป็นตัวแทนรัฐบาล ขออวยพรให้ประชาชนในวันขึ้นปีใหม่ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงไปไหนมาไหนปลอดภัย ได้อยู่ใกล้กับคนที่เรารัก แน่นอนว่าคิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง จะรวยต้องได้รวย” น.ส.แพทองธาร กล่าว